และแล้วศึกฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียรืลีก ฤดูกาล 2011 ก็ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อย แชมป์ตกเป็นของ บุรีรัมย์ พีอีเอ ตั้งแต่ไก่โห่ ส่วนทีมที่ตกชั้นนั้นประกอบไปด้วย ขอนแก่น เอฟซี , ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี และทีมสุดท้าย คือ "ตะหานน้ำ" ราชนาวี
ถ้าพูดถึงการตกชั้นของ ราชนาวี นั้น ย่อมไม่เป็นที่แปลกใจซักเท่าไร ถ้าลองย้อนกลับไปเมื่อช่วงก่อนที่ฤดูกาลจะเปิด ราชนาวี นั้น มีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์การทำทีม สนามเหย้า หรือแม้แต่ งบประมาณในการทำทีม ล้วนแล้วแต่มีปัญหา บ่งบอกถึงความไม่พร้อมของสโมสร ทั้งๆที่ทีมอื่นเค้า แทบจะพร้อมกันเกือบหมดแล้ว เปิดสนามมานัดแรก เป็นเกมที่ ราชนาวี ต้องบุกไปเยือน ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ถึง ศรีนครลำดวน สื่อหลายๆสำนักต่างยกให้เจ้าบ้านนั้นเกหนือกว่า เพราะสถิติในบ้านนั้น บ่งบอกได้ชัดว่า กูปรี อันตราย แข็งแกร่งในบ้านเสมอ แต่กับเป็นราชนาวี ที่บุกไปยันเสมอได้ถึงถิ่น 1-1 แต่ก็ไม่วาย ถูกเปลี่ยนผลการแข่งขัน เป็นแพ้ 2-0 เนื่องจากการส่งนักเตะผิดกฏลงสนาม กว่าจะควานหาชัยชนะเจอก็ผ่านมาถึง 7 นัด โดยในนัดที่ 7 บุกไปชนะ พัทยา ยูไนเต็ดได้ 2-1 ซึ่งก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งนึงของเลกแรกซะแล้ว และเกือบจะทำเซอร์ไพรส์ในการบุกไปเยือน บุรีรัมย์ พีอีเอ โดยขึ้นนำก่อนถึง 2-0 แต่กลับพ่ายไป 2-3 อย่างน่าเสียดาย จบเลกแรก ลงเล่นไป 17 นัด ชนะ 2 เสมอ 5 และแพ้ไปถึง 10 มี 11 คะแนน อยู่บ๊วยของตาราง
เปิดเลก 2 มา ราชนาวี เสริมทัพ อย่างใหญ่หลวง อิมพอร์ตนักเตะต่างชาติเข้ามาอย่างมากมาย หวังอยู่รอดต่อไปในไทยลีก และก็ได้ผล ราชนาวี เริ่มทำแต้มขึ้นมาได้มากพอสมควร โดย เปิดบ้านเอาชนะ บีอีซี-เทโร บุกไปชนะ อินทรี เพื่อนตำรวจ ก่อนจะมาแพ้ ชลบุรี เอฟซี ตามด้วย พัทยา ยูไนเต็ด และ บางกอกกล๊าส เอฟซี ซึ่งผลงานก็ยังลุ่มๆดอนๆ แต่อันดับจากที่เคยอยู่บ๊วยของตารางคะแนนก็ขยับขึ้นมาจนได้ลุ้น พร้อมทั้งสร้างเซอร์ไพรส์ บุกมาชนะเมืองทอง ยูไนเต็ดได้ถึง ยามาฮ่า สเตเดี้ยม 3-1 แถมทำให้ยอดทีมอย่าง "กิเลนผยอง" ต้องมาเสียสถิติ ไม่แพ้ใน ยามาฮ่า สเตเดี้ยม 3 ปีติด ต่อด้วย เปิดบ้าน คว่ำโอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี 1-0 สถานการณ์เริ่มสดใส ทีมอย่าง เอสซีจี สมุทรสงคราม และ ทีโอที เอสซี ต่างพร้อมใจกันพลาด จนมาถึงนัดที่ ราชนาวี เปิดบ้าน เจอกับ เอสซีจี สมุทรสงคราม นัดติดสินที่ว่าใครจะอยู่ใครจะไป พร้อมด้วยความดราม่า อย่าง "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม อดีตกุนซือคนเก่งของ "ปลาทูคะนอง" ที่เข้ามารับเผือกร้อนต่อจาก"โค้ชอ้วก" เกมจบลงที่ผลเสมอ 1-1 โดย เอสซีจี ขึ้นนำก่อนในครึ่งแรก ราชนาวี มาตีเสมอได้ในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บ ส่งผลให้สถานการณ์ของ เอสซีจีในการรอดตกชั้นนั้นมีมากกว่า และแล้วก็มาถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล ราชนาวี ต้องบุกไปเยือน ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี ที่ตกชั้นไปก่อนหน้านี้แล้ว สถานการณ์บังคับให้ ทีม"ตะหานน้ำ" ต้องชนะเท่านั้น และ แช่งให้ทีโอทีและ เอสซีจี ไม่ชนะในเกมสุดท้ายของฤดูกาล แต่แล้วก็เป็นราชนาวีเอง ที่พลาดท่าให้กับ ศรีราชา ไป 2-0 ตกชั้นไปแบบไม่ต้องลุ้นผลของอีก 2 ทีม
ถึงแม้ว่า ราชนาวี จะหนีตกชั้นไม่สำเร็จเหมือนกับ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ทั้ง สตาฟโค้ช รวมทั้ง นักเตะ ทุกคนนั้น ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว กับงบประมาณในการทำทีมไม่ถึง 40 ล้าน แถม เลกแรก มีแค่ 10 ล้านด้วยซ้ำไป ประกอบกับความไม่พร้อมของระบบจัดการทีมในช่วงต้น แฟนบอลในช่วงเลกแรกก็แทบจะไม่มี เพราะว่าใช้สนาม สพล.ชลบุรี เป็นสนามเหย้า ก่อนกลับไปใช้สนาม กม.5 ซึ่งส่งผลให้แฟนบอลเดินทางมาเชียร์กันเต็มสนาม พร้อมทั้งทำแต้มขึ้นมาได้ลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย จากที่ช่วงแรกนั้น ใครๆก็ว่าตกแน่
ได้แค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้วนะครับผมว่า สู้ต่อไปนะ "ตะหานน้ำ"
Hawow
