ไทยลีกออนไลน์ | ติดต่อโฆษณา | ดูฟรีทีวีออนไลน์ | ฟังสดวิทยุสปอร์ตเรดิโอไทย
หมวดหมู่อัลบั้มภาพ

ปอนด์ต่อปอนด์ กับ โควต้า 3+1

                   ศึกฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012-2013 กำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการลีกฟุตบอลอาชีพบ้านเรานั้นคงหนีไม่พ้นกับโควต้า 3+1 ที่แต่ละทีมสามารถส่งผู้เล่นต่างชาติไม่ว่าจะมาจากทวีปไหนได้ไม่เกิน 3 คนในสนาม บวกกับอีก 1 แข้งจากทวีปเอเซีย เป็น 4 คน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้น มีการวิพากษณ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายว่าโควต้านักเตะต่างชาติเดิมนั้น ส่งผลเสียต่อทีมชาติไทย ณ เวลานี้ เพราะว่าแต่เดิมนั้น สามารถส่งชื่อผู้เล่นต่างชาติได้ไม่เกิน 7คน แต่ให้ลงสนามได้ 5คน ทำให้แข้งไทยนั้นมีโอกาสในการลงสนามน้อยลง ส่งผลต่อทีมชาติที่จะค้นหานักเตะฝีเท้าดีเข้ามาติดทีมชาติ

                   ถ้ามองกันอีกมุมนึงนั้น การที่แข้งต่างชาติเข้ามาเล่นในไทยนั้น ส่งผลให้นักเตะไทยต้องเร่งพัฒนาฝีเท้าให้เทียบเท่าหรือดีกว่าผู้เล่นต่างชาติ เพราะมันคืออาชีพของนักฟุตบอลที่ต้องการการพัฒนาไปในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งตัวผมเองมองว่า การที่ฝีเท้าของนักฟุตบอลนั้นจะพัฒนาได้นั้น ต้องได้เล่นและแข่งขันกับผู้ที่เก่งกว่า และผู้ที่เก่งกว่าก็ต้องคอยพัฒนาฝีเท้าให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อตัวของนักเตะเองและเส้นทางในการค้าแข้ง ถ้าแข่งกันเอง เล่นกันเอง ซ้อมกันเอง การพัฒนาก็จะอยู่กับที่ หรือพัฒนาได้ช้าลง ในเมื่อมันมีอะไรแต่เดิมๆ ก็ไม่เกิดการพัฒนา  อันนี้คือข้อดีของการที่มีผู้เล่นต่างชาติเยอะ ทำให้นักเตะไทยต้องแข่งขันกับนักเตะต่างชาติของทีมคู่แข่งและทีมของตัวเองเพื่อให้โค้ชเลือกลงสนาม และการพัฒนาก็จะเกิดขึ้น

                  ส่วนเรื่องข้อเสียของการที่มีนักเตะต่างชาติเยอะนั้นคือส่วนที่ทำให้ นักเตะไทยเองไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามเท่าที่ควร เมื่อไม่ได้ลงเล่น ก็จะไม่เกิดการพัฒนาทางด้าน สมาธิในการแข่งขัน ประสปการณ์ต่างๆที่ได้จากการแข่งขัน อดทนต่อความกดดันต่างๆ ซึ่งนั่นต้องยอมรับเลยว่า ถ้าขาดสิ่งพวกนี้ไปแล้วนั้น ต่อให้นักฟุตบอลคนนั้นมีเทคนิคดีแค่ไหน ก็จะไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีออกมาได้อย่างแน่นอน

                  มามองถึงข้อดีในส่วนของการที่นักเตะต่างชาติน้อยลง ซึ่งแน่นอนละว่า แข้งไทยก็จะได้รับโอกาสในการลงสนามมากขึ้น ได้เล่นมากขึ้น ประสปการณ์ที่ได้ก็จะมีมากขึ้น ก็อาจจะส่งผลดีต่อทีมชาติได้ มื่อมีโอกาสในการเล่นเกมกับทีมชาติ แต่ถ้ามองถึงข้อเสียละ  แน่นอนละว่า นักเตะไทยก็จะขาดการพัฒนาทางด้านทักษะและเทคนิคไปอย่างสิ้นเชิง เพราะอย่างที่บอกไว้ในตอนแรกแล้วนั้น เล่นกันเอง ซ้อมกันเอง มันก็ได้เท่านี้ เปรียบเสมือนกับ "กบในกะลา"

                   สรุปแล้วนั้น ไม่ว่าจะใช้กฎไหน ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ผมว่าของแบบนี้อยู่ที่ตัวของนักเตะเอง ว่ามีความเป็นมืออาชีพมากแค่ไหน ตั้งใจซ้อมหรือมุ่งมั่นที่จะเอาชนะมากน้อยเพียงใด เพราะฟุตบอลคืออาชีพ คือเส้นทางที่นักฟุตบอลของไทยเลือกเอง และมันคือชีวิตของพวกเขา

 

Hawow

                  

โพสต์เมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2555 | โดย Hawow | อ่าน 3420 ครั้ง
เล็กๆที่ยิ่งใหญ่

 

               "เจอกัน 08.30 น. นะพี่"  แม็ก Pinkun  พิธีกรพ่วงตำแหน่งผู้สื่อข่าว  นัดผม หลังทราบว่าผมว่าง เพราะ ไม่มีโปรแกรมถ่าย ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก

              ใกล้ 09.00 น. ผมและ แบงค์ ผู้สื่อข่าว SMM ลงลิฟท์ รอ แม็ก Pinkun หน้าออฟฟิศ   ผมหยิบถุงพลาสติกซึ่งมีเศษเหรียญ1-2 บาทที่ผมเรียกว่า "เงินก้นถุง" ออกจากกระเป๋ากล้อง เอามาใช้จ่ายวันนี้ เพราะกระเป๋าเริ่มแฟบลง   แต่แล้วเหรียญร่วงหล่นกระจายลงพื้น หน้าออฟฟิศ  แบงค์ช่วยผม เก็บนั่งเก็บทีละเหรียญ ผมไม่ลืมที่จะขอบคุณเขา

              วันนี้ แบ็งค์ ผู้สื่อข่าวขับรถส่วนตัวของเขา  มี แม็กPinkun นั่งข้าง ผมและ ทศ ตากล้อง TV ร่วมในภารกิจนี้ นั่งหลัง   

             เราเดินทางผ่านสุทธิสาร สะพานควาย แล้วข้ามไปสามเสน   จนถึงสโมสรราชประชา ซึ่ีงทุกคนต่างมากันเป็นครั้งแรก ทุกอย่างจึงแปลกหูแปลกตา  ผู้ร่วมงานหลายคนเป็นอดีตนักเตะทีมชาติไทยหลายๆคน

 

                    และที่นั่น เราได้เจอบิ๊กเปี๊ยก องอาจ ก่อสินค้า  เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ  โค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน  โค้ชป้ำ วรวรรณ ชิตะวานิช  โค้ช ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่น่าประหลาดใจก็คือดารารุ่นใหญ่ สมภพ เบญจาธิกุล ก็เคยมาเป็นนักเตะราชประชาด้วย

 

                    หม่อมเป็บ พลตรี มล. สุปรีดี ประวัติ  ประธานสโมสรราชประชา บอกว่าปีนี้ราชประชาครบรอบ 44 ปี

                           ในใบแถลงข่าวซึ่งได้ตอนลงทะเบียนผู้สื่อข่าวมีรายละเอียดประวัติสโมสรที่น่าสนใจดังนี้

                   " ...จากการรับสนองพระราชดำริ ในการนำเด็ก และเยาวชนที่ประสวาตภัยครั้งใหญ่ที่แหลมตะลุมพุก มาปั้นและสนับสนุน ให้หันมารักกีฬา รักฟุตบอล แล้วตั้งเป็นทีมฟุตบอลขึ้น โดยต่อมาก็ได้นักฟุตบอลฝีเท้าดีจากทั่วสารทิศเข้ามาร่วมทีมราชประชา ..."

                    นั่นคือที่มาของสโมสรราชประชาเมื่อ 44 ปีที่แล้ว

                    และเป็นที่มาของคนดังในวงการหลายๆท่าน นั่นก็คือ บิ๊กเปี๊ยก องอาจ ก่อสินค้า  พล.ตำรวจตรี สมชาย คล่องอักษร  โค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ผลชีวิน  ให้ข้อคิดแก่ราชประชารุ่นใหม่

                  ก่อนกลับมีการถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก

                 นักเตะท่านหนึ่งเล่าว่าไม่ได้กลับมาร่วม 20 ปีได้แล้ว

                      ด้านอาหารเที่ยงที่นั่นเหมือนอาหารจากภัตตาคารหรูๆ  แบบบุฟเฟ่ต์ ใกล้ๆมี นักเตะญี่ปุ่นรายหนึ่ง  สนทนากัน เขารู้จักทีมเวกัลตะเซนไดด้วย

                           มีภารกิจใหม่ให้ผมไปงานนิทรรศการฟุตบอล ที่เซ็นทรัลเวิลด์    แบ็งค์ ส่งผมลง สี่แยกสะพานควาย เพราะ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควาย สะดวกที่จะต่อรถไฟฟ้าไปลงสถานีสยาม   แล้วเดินไปยังเซนทรัลเวิร์ด ประมาณ 500 เมตร

           

   

                       ผมเดินเข้าทางด้านข้างซึ่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลตำรวจ  เวลาประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ ลานหน้าเซนทรัลเวิร์ลเห็นการซักซ้อมของเด้นเซอร์ที่พึ่งจบไป  ผมเจอ เอ็กซ์  พีธีกรหนุ่มผมแสกข้าง  ที่ล่วงหน้ามาพร้อมพี่ชาลี โชเฟอร์ SMM  ได้ทราบว่าเวลา กว่างงานเริ่ม ประมาณ 6 โมงเย็น

 

                 มหกรรมฟุตบอลไทย เอ็กซ์โป จัดตั้งแต่วันที่ 24 - 26 กุมภาพันธ์ 2555

                 เริ่มต้นหน้าที่การถ่ายภาพ ผมเล็งช่องมองภาพ ขนาด 3 x 2ของกล้อง แล้ว จัดองค์ประกอบก่อนกดชัตเตอร์

                เก็บภาพรอบๆ  เดินไปยังบูทสโมสรต่างๆ หลายต่อหลายบูทที่คุ้นเคยกันเลยร่วมมือให้ถ่ายอย่างเต็มอกเต็มใจ  เจอเพื่อนเก่า "อ๊อด เชียร์ไทย"  เจอกันล่าสุด นัดที่ราชบุรี เอฟซี มีชัย เหนือ โคราช เอฟซี ที่สนามศุภฯ  

               เขาคนนี้คือเบื้องหลังของโลโก้ สวยๆของหลายๆทีม ในหลายๆลีก และเป็น เป็น ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

   

 

               ผมเจอช่างภาพอีกคน เป็นช่างภาพพีอาร์ผู้เก็บภาพสวยๆของ ชัยนาท เมื่อครั้งที่ผมนั่งรถไฟฟรีไปเที่ยวเชียงใหม่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมนั่งติดขอบสนามถ่ายภาพด้วยกัน

               นัดนั้น ชัยนาท ไปเยือน เชียงใหม่  และมีชัย ไป 2-1

  

  

                       เจอกอล์ฟ ประชาสัมพันธ์ทีมพัทลุง นั่งเฝ้าบูธ ตั้งใจว่าจะเก็บภาพเขาแล้วส่งไปให้ทาง FB อีกเหมือนนัด ที่ พัทลุง เอฟซี เดินทางมาอุ่นเครื่อง ตรัง เอฟซี

  

                     จะมีบางบูทที่ไม่สะดวก หรือเขินๆกล้องบ้าง ซึ่งก็ไม่ว่ากันเพราะ ภาพที่จะออกมาได้ดีนั้นก็ต้องมาจากความร่วมมือของบูทนั้นๆ จริงไหมครับ

                      และแล้วผมก็ได้เจอ น้องเจน ตากล้องสาวซึ่งมีความสามารถด้านกีฬา... ซึ่งวันนี้เธอใส่กระโปรงสีแดง ดูเหมือนสาวออฟฟิศ  ยืนทักทายกับเพื่อนๆโปรกล้อง หากมีโอกาสคงขอนัดสัมภาษณ์ทำสกู๊พสักครั้ง

                           เลือกถ่ายบูธที่บุคคลในบูธยิ้มแย้มแจ่มใส หรือสะดวกที่จะให้ถ่าย  เมื่อถ่ายเสร็จควรกล่าวคำขอบคุณ 

                                    

 

                  นอกจากถ่ายคนแล้ว ผมเลือกหาจุดเด่นของบูธ เสื้อ ที่มีโลโก้ ตัวเก่า และใหม่ ผ้าพันคอหรือของที่กระจุกกระจิกก็น่าถ่าย ไม่ก็บรรยากาศผู้ชมหรือลูกค้าที่เข้ามาสอบถาม

                  หากบูธไหนแน่นเกินไปก็เลือกบูธที่ว่างก่อนหากมีเวลาก็จะย้อนกลับมาใหม่  ควรวางขอบข่ายงานว่าอยากสื่ออะไร

  

                   เอ็กซ์ ชวนผมไปถ่ายภาพด้านใน ผมถ่ายเสื้อทีมต่างๆ ได้ง่าย พี่ชาลี โชเฟอร์ เดินผ่านมาทักทาย ผมพักการถ่ายนั่งกับพี่ชาลีในที่นั่ง  

                   ภารกิจนี้เลิกดึกอีกแล้ว ผบทบ.ของพี่ชาลีก็ให้งบมาแต่พอใช้ ผมก็อยากช่วยแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เมื่อผมก็ใช้เงินก้นถุงให้ถึงสิ้นเดือนนี้

                  ทุ่มกว่าๆ ขั้นตอนการจัดงานก็ค่อนข้างรวบรัดและกระชับ  

                  อ้อ งานนี้ผมเจอบิ๊กเปี๊ยกด้วย เป็นครั้งที่ 2 ของวันนี้

                  หลายสโมสรให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แนวโน้มกระแสฟุตบอลที่เพิ่มขึ้น สร้างงาน สร้างอาชีพได้จริง ส่งเสริมการเดินทางและท่องเที่ยว มียอดเงินค่าชม และ ของที่ระลึกนับร้อยล้านบาท

  

                            ผมเลือกนั่งอัฒจันทร์ ฝั่งขวาของเวที เพราะเป็นมุมสูงมากพอที่จะได้ภาพใกล้ๆ

 

 

                     ก่อนที่  เอ็กซ์ จะเรียกลงไป ถ่ายภาพจากด้านหน้า

                      ตากล้อง ทีวี เก็บกล้อง ผมไม่รู้จะกล่าวลา น้องเจน ซึ่งกำลังคุยกับช่างภาพคนอื่นๆอย่างไร เมื่อ แม๊ก ตากล้องทีวีเก็บอุปกร์เสร็จ เธอก็จากไปแล้ว

                      เสร็จจากงาน เราเดินเข้าลานจอดรถ เพื่อนเก่า "อ๊อด เชียร์ไทย" ทักทายขณะขับรถช้าๆ " แล้วเจอกันใหม่ เพื่อน " 

                      แล้วรถก็เลื่อนห่างไป

                     ผมเดินทางกลับด้วย รถพี่ชาลี เอ็กนั่งหน้า  แม็ก ตากล้องทีวี นั่งหลัง  ผมนั่งกลางและพยายามนั่งตัวลีบๆ เพระา คุณปิ้ม นักข่าวอิสระ ขอติดรถกลับมาด้วย

                           กลับถึงออฟฟิศ ทั้งสองงานที่ได้ไปเหมือนไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกรา 

                    เริ่มจากจากจุดเล็กๆ แล้วค่อยๆ เติบโต อย่างมีเป้าหมาย เล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ 

 

ติ๊ก ไสฟ้าผ่า

โพสต์เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2555 | โดย saifapa | อ่าน 2930 ครั้ง
ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย (จบ) : สัมผัสซุปตาร์ชื่อ-เสก โลโซ

            กลับจากเดินทางไปหลังการสัมภาษณ์ผู้หลักผู้ใหญ่ของการแข่งขัน เอไอเอสลีกภูมิภาค ดิวิชั่น2อย่างไม่เป็นทางการ  รถยนต์สีขาวตันเล็กๆซึ่งขับโดยอั้น ตากล้อง TV ก็นำ โก๋ ผู้สื่อข่าวเสียงเข้ม และผม ออกจากโรงแรมซึ่งตั้งอยู่บริเวณศูนย์ประชุมเมืองทอง กลับมาถึงออฟฟิศในวลาใกล้ๆ บ่าย 4โมงเย็น

            ทันเวลาไปถ่ายฟุตซอล ที่วันนี้ได้เปลี่ยนเวลามาเป็น บ่าย 5โมงเย็น และเปลี่ยนสนามมาเป็น อาคารกีฬาเวสน์ 1  ดินแดง ซึ่งไม่ไกล ออฟฟิศ  SMM เท่าใดนัก

            เรา 4คน เดินทางกันด้วยรถแท๊กซี่ ตรู่ เชียรไทย เป็นเนวิเกเตอร์ ข้างคนขับรถแท๊กซี่    โน พิธีกร TV หน้าตาคล้ายแขก  นั่งซ้าย ผมนั่งกลาง และ คิว ตากล้อง TV นั่งข้างขวา

            การจราจรติดขัดพอสมควรเพราะเป็นช่วงเวลา เลิกเรียน และเลิกงาน

            ทันทีที่ถึงจุดหมาย ทุกคนก้าวลงรถแท็กซี่ จนลืมจ่ายเงินค่าแท๊กซี่  55โนส่งธนบัตรใบ 500ยื่นให้ แต่โชเฟอร์แท๊กซี่ไม่มีทอน ผมเหลือบมองรถยนต์ที่ตามมาด้านหลังเริ่มต่อแถวยาว จึงสำรองเงินไปก่อนแล้วให้โนตามเบิกที่ออฟฟิศให้

            จากนั้นเดินตามหลังขึ้นบันได เจอ โค้ช เวียดนาม คือ แซร์จิโอ กาเลเกลลี่ ชาวอิตาเลี่ยนยิ้มทัก  จึงขอถ่ายภาพแล้วจับมือทักทายตามมารยาท เดินได้ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงแฟนคลับเรียก ผมเลยตอบแทนด้วยการถ่ายภาพ

            ไม่ไกลกันนัก ว่าที่โค้ชคนไหม่ชาวฮอลแลนด์ วิคเตอร์ เฮอร์มันส์ ก็มาร่วมชมการแข่งขัน

            ผู้สื่อข่าวสำนักอื่นๆมากันหนาตากว่านัดที่แล้ว รวมถึงสื่อจากอินโดนีเชีย ด้วย เพราะตรู่ เชียร์ไทย พูดคุยภาษาอังกฤษ กับนักข่าวสาวสวยคมเข้มชาวอินโด ด้วยสำเนียงที่สนิทสนมในเรื่องงาน

            พิธีการง่ายๆ และกระชับในเวลา บ่าย 5โมงเย็น ผมใช้กล้องตัวน้อย ยึดกับขาตั้งกล้องที่เตรียมไปในการถ่าย เพื่อให้ได้ภาพที่ไม่ไหวมาในพื้นที่ๆแสงน้อย โดยที่ไม่ใช้แสงแฟลชช่วย ตั้งค่า ISO ไปที่ 3200 ภาพที่ได้เมื่อนำไปขยายเกรนภาพจะแตกเพื่อให้จับภาพที่เคลื่อนไหวเร็วๆได้ทัน  แล้วลดค่าแสงมาอีก 1สต๊อบ เพื่อไม่ให้แสงเข้ามามากเกินไป ภาพที่ได้สีจะเข้มและชัดขึ้น

    

            ครึ่งแรก ไทยโหมบุกอย่างหนักแต่อินโดมีรูปแบบเกมตรั้งรับที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะผู้รักษาประตูอิเหนา คือ อเด เลสมาน่า ตัวกลมๆไม่ใส่ถุงมือ และแล้ว เจ้าถิ่นเงียบกันทั้งสนามเมื่ออิเหนาสามารถโต้กลับและทำประตูนำไปก่อน ในนาทีที่ 2  เหมือนนัดเจอ ฟิลิปปินส์ยังไงยังงั้น

            แต่กว่าที่ไทยจะได้ลูกตีเสมอก็กินเวลาใน 2นาทีให้เจ้าถิ่นก็ได้เฮกันลั่นสนาม จบครึ่งแรก ไทยนำ 3-1

            แฟนๆเข้ามาถ่ายภาพซูเปอร์สตาร์ เสก โลโซ ซึ่งนั่งข้างๆที่วันนั้นเข้ามาในสนามด้วย ติดกันก็มีบิ๊กแป๊ะ ผู้จัดการทีมชาติไทย นั่งอยู่ด้วย

            ผู้นำเชียร์อาชีพตลก สร้างสีสันได้พอสมควรได้ชักชวนผู้ชม "เล่นเวฟ"  ผมตามหา โน ซึ่งมาช่วยตรู่เขียนข่าว เพื่อส่งภาพให้ แต่ยังไม่ได้ใช้เพราะการแข่งขันยังไม่จบ ผมจึงเดินเก็บบรรยากาศจากอัฒจรรย์ชั้นบนสุดแล้วถ่ายลงมาด้านล่าง หากมีการแข่งขันวันหยุดและที่นี่คงเต็มไปด้วยผู้ชมมาดูกันเต็มสนามก็คงดีไม่น้อย

            ครึ่งหลัง  ไทยยิงได้ 1ประตู แต่อิเหนาก็เหนียวแน่นเช่นเดิม และไล่ตามมาอีก  1ประตู ยังมีปิดท้ายให้ได้ชื่นใจก็ยังก่อนหมดเวลา 5นาที

            หมดเวลา ไทยชนะ อินโดไป  5-2

            หลังเกมบิ๊กแป๊ะผู้จัดการทีม เดินลงจากอัฒจันทร์พร้อม เสก โลโซ  มีเงินอัดฉีด สร้างขวัญลงมาในสนาม พร้อม  รวมถึงว่าที่โค้ชคนใหม่ วิคเตอร์ เฮอร์มันส์

            เราเดินทางกลับออฟฟิศ ด้วยเส้นทางเดิม และรถแทกซี่เหมือนเดิม

            กลับถึงออฟฟิศ ตรู่ เชียร์ไทย ขึ้นไปจัดรายการ ผมนั่งคัดเลือกภาพที่ วันนี้ถ่ายมาไม่ถึง 500ภาพ

            ซึ่งไม่ค่อยมีภาพที่ลงเป็นภาพข่าวที่ดีอีกแล้ว smiley และมีหมายงานเข้ามาทำให้หมดโอกาสตามติดฟุตซอลชิงแชมป์เอเชียร์รอบคัดเลือก กับ ตรู่เชียร์ไทย

            การได้มายากยิ่งแต่การรักษาไว้ยิ่งยากกว่า ยิ่งการเป็นซูเปอร์สตาร์ด้วยแล้ว อยากเย็นแสนเข็ญ

            ผมไม่ได้หมายถึงซุปตาร์คนไหนหรอกนะครับ ฮิฮิ

 

โพสต์เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2555 | โดย saifapa | อ่าน 3087 ครั้ง
ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย (3) : แรงเชียร์

                          หลังจากทราบว่ากำหนดการงานที่เมืองทองผิดพลาด พวกเราได้รับภารกิจใหม่ไปร่วมสมทบงานแถลงข่าว "พีทีที อินวิเตชั่น 2012"  

 
                          พี่ชาลีโชเฟอร์  นำโก๋ ผู้สื่อข่าว SMM   ตี๋ TV  และผม ก็เดินทางไปตึก ปตท. ตึก B ห้องสวนสน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์   ทันที หลังจากลงทะเบียนเสร็จ เมื่อเปิดประตูเข้าไปเจอทัพผู้สื่อข่าวหลายสำนักรวมทั้ง SMM ของเราที่ล่วงหน้ามาก่อนหน้านี้แล้วทั้ง  พิธีกรหนวดงาม  ดำเนินการแถลงข่าว "พีทีที อินวิเตชั่น 2012"  อย่างเป็นขั้นตอน 
                          "พลังเพลิง"  ปตท.ระยอง ​ได้"โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน อดีตนักเตะทีมชาติไทย ดาราเอเชีย มาคุมทีมมี นักเตะมาร่มงาน 4 คน คือ ศรศักดิ์ แก้วอินตา, อนุวัฒน์ น้อยชื่นพันธ์, มงคล ทศไกร และ โจเซฟ ไทเรอร์   เจ้าภาพได้เชิญ โอสถสภา เอ็ม 150  สระบุรี   พัทยา ยูไนเต็ด และอาร์มี่ ยูไนเต็ด แข่งขันกระชับมิตร​อุ่น​เครื่องก่อน​เปิดฤดู​กาล​ 2012  ที่สนามสวนสมุนไพรฯ มาบข่า จ.ระยอง ในวันศุกร์ที่ 2 - 3 มีนาคม   ชิงเงินรางวัลรวม 350,000บาท
                            งานนี้ผมไม่ต้องทำอะไรมากนักเพราะน้องวาวช่างภาพมือ 1 ของเราประจำการอยู่แล้ว แต่ก็เก็บภาพบรรยากาศงานรวมๆ มาบ้าง
                            เดินทางกลับถึง ออฟฟิศ ได้ไม่นานก็ต้องไป ถ่ายฟุตซอลต่อ  เจี๊ยบ ตากล้อง TVขับเอง โอ ตากล้อง TV นั่งข้าง ผมนั่งหลัง   มี น้องพนักงาน TV ร่างอวบอ้วนหัวฟูกว่าเจี๊ยบ ของติดรถกลับบ้านด้วย 
                            การจราจรติดขัดเป็นเรื่องปกติขิง กทม. ผมหลับเพราะรู้สึกเพลียๆกับการเดินทางก่อนนี้
และเจี๊ยบ จอดรับ ตรู่ เชียร์ไทย โลตัสพระราม 2 ในเวลา 6 โมงเย็นพอดิบพอดี  
 
                             ถึงหน้าอาคาร ชาญชัย อควาเดี้ยม มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
ผมกับตรู่ก็ตรงดิ่งไปห้องสื่อเพื่อลงทะเบียนทันที โดยเจี๊ยบ กับโอ ขอเข้าไปทีหลัง
                             ผมใส่เสื้อกั๊กเข้าสนามไม่ใช้ขาตั้งตัวใหม่เพราะคล่องตัวกว่า แสงในสนามก็เพียงพอ จึงไม่ใช้แฟร๊ชช่วย และเพื่อไม่เป็นการรบกวนนักเตะด้วย วันนี้ตากล้องน้อยกว่านัดเมื่อวานที่ชนะพม่า 13-0 มีช่างภาพอีก 2 คน รออยู่ก่อนแล้ว  ก่อนการแข่งขันผมเลือกที่จะถ่ายหลังประตูตากาล๊อตเพราะคาดว่าวันนี้ บอลโต๊ะเล็กไทยคงจัดหนักแตังแต่ต้นเกมแน่นอ
 
ทั้งสองทีมสีกลมกลืนกับพื้นสนามสีน้ำเงิน ขอบสนามสีแดง เพื่อ วันนี้ไทยมาในเสื้อแดงกางเกงแดง  ส่วนฟิลิปปินส์ เสื้อสีน้ำเงินกางเกงขาว
 
 
                                             
                            ไทยจัดเจ็มบุกตั้งแต่เริ่มแกมแต่ประตูแรกก็ยังไม่มาสักที
 
 
 
จากจังหวะโต้กลับผู้เล่นฟิลิปินส์ร่างป้อม หมายเลข 20 ยิงประตูนำไปก่อน ผู้ชมเงียบทั้งสนาม
 
แต่สถานการก็ค่อยดีขึ้นตามลำดับนับแต่ได้ประตูแรกตีเสมอในนาทีที่ 7
 
 
 
 
 
แล้วไล่ถล่มแทบจะข้างเดียว แต้มก็ค่อยๆขยับ เมื่อแต้มเริ่มห่างในจังหวะเบรกเกม
 
                            ผมผละมาถ่ายผู้ชมในสนามเพื่อเก็บบรรยากาศ 
     
 
มีเสียงเรียกที่ข้างสนาม เป็น น้องคิม หนุ่มแฟนกีฬาพันธุ์แท้ชาวนครศรีธรรมราช  ที่ผมไม่ลืมน้ำจิตน้ำใจ เมื่อครั้งผมกลับจากถ่ายภาพ  ตรัง เอฟซี  เยือน สระบุรี เอฟซี  ในรอบแชมป์เปียนลีก ดิวิชั่น 2 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว วันนั้นผมนั่งรถไฟจากสระบุรีมาถึงหัวลำโพง 4 ทุ่มกว่า  แต่ไม่มีรถไฟกลับ ไม่มีที่พัก ก็ได้น้องชายคนนี้ขับรถมารับและพาไปพักที่บ้านแถวศาลายา เราทักทายกันเพียงเล็กน้อย ผมก็กลับไปถ่ายต่อ  
 
 
 
 
 
จนหมดครึ่งแรกนำไปถึง 9-1
                            ผมยื่นการ์ดจากกล้อง ให้ตรู่เชียร์ไทย ซึ่งง่วนอยู่กับการเขียนข่าว แล้วรีบขอการ์ดคืนเพื่อถ่ายภาพบรรยากาศขณะพักการแข่งขัน สังเกตผู้ชมวันนี้มีนักศึกษาน้อยกว่าเมื่อวาน  แต่กลับเป็นผู้ชมจากข้างนอกที่มีมากกว่า
 
 
 
 
                              ครึ่งหลังผมเปลี่ยนฝั่งถ่ายภาพ แต่อยู่หลังประตูทีมฟิลิปปินส์เช่นเดิม  และเลือกเปลี่ยนจุดถ่ายภาพเมื่อการแข่งขันหยุด ภาพค่อยๆเพิ่มเข้ามาในการ์ด เพราะครึ่งหลัง นักเตะทีมไทยเล่นอย่างสนุกเอ็นเตอร์เทน ไม่กดดันอย่างในครึ่งแรก ทำให้ผู้ชม ได้ได้เฮเป็นระยะ  มีจังหวะที่น่าจะได้กลายเป็นไม่ได้แทน เข้ามีหลายจังหวะ
 
 
 
 
 
 
 
 
จบครึ่งหลัง  ถล่ม 17 – 2 เพียงพอที่จะเป็นที่ 1 ในสายอย่างไร้ข้อกังขา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                           น้องคิมโทรเข้ามา หลังการแข่งขันจบลง เราทักทายกันเล็กน้อยแล้วกลับไป  เพราะผมต้องกลับมาทำงานที่ออฟฟิศอีก 
หลังคืนเสื้อกั๊ก และรับบัตร ผมรอ ตรู่ เชียรไทย ส่งข่าวเสร็จ แล้วเดินทางกลับมาขึ้นรถ คราวนี้น้องโอ ขับแทนเจี๊ยบ TV  นั่งข้างๆ ขณะที่รถออกจากได้.ไม่ไกล ตรู่ เชียรไทย ของเราก็ได้รับโทรศัพท์และไว้วานให้ไปรับ เจ้าหน้าที่สาวสวยฟุตซอลไทยลีกที่ไม่มีรถกลับ โอวนรถกลับทันที และแล้วก็ เจอสาวสวย กับหนุ่มร่างอวบใหญ่เป็นของแถมอีกหนึ่งคนติดตามพร้อมเราไปด้วยโดย โอและเจี๊ยบนั่งหน้า ส่วนอีก4คนรวมทั้งผมนั่งตัวลีบๆเบาะหลัง
                         ผมนั่งดูภาพที่จัดการเสร็จแล้ว มีภาพน้องคิมถ่ายกับ นักเตะ หมายเลข 9 คนเก่ง
 
 
แล้วตัดสินใจเพิ่มภาพผู้ชมเข้าไปด้วยเพราะการแข่งขันถ้าไม่มีผู้ชมส่งแรงเชียร์ก็คงเงียบเหงาพิกล ส่วนหน้าที่ของสื่อคือช่วยกันทำให้มีข่าวสารส่งถึงแฟนๆให้เข้ามาสร้างแรงเชียร์เพิ่ม
 
 
ติ๊กไสไฟ้าผ่า
ผมนั่งดูภาพที่จัดการเสร็จแล้ว มีภาพน้องคิมถ่ายกับ นักเตะ หมายเลข 9 คนเก่ง แล้วตัดสินใจเพิ่มภาพผู้ชมเข้าไปด้วยเพราะการแข่งขันถ้าไม่มีผู้ชมก็คงเงียบเหงาหลังจากทราบว่ากำหนดการงานที่เมืองทองผิดพลาด พวกเราได้รับภารกิจใหม่ไปร่วมสมทบงานแถลงข่าว "พีทีที อินวิเตชั่น 2012"  
พี่ชาลีโชเฟอร์  นำโก๋ ผู้สื่อข่าว SMM   ตี๋ TV  และผม ก็เดินทางไปตึก ปตท. ตึก B ห้องสวนสน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์   ทันที หลังจากลงทะเบียนเสร็จ เมื่อเปิดประตูเข้าไปเจอทัพผู้สื่อข่าวหลายสำนักรวมทั้ง SMM ของเราที่ล่วงหน้ามาก่อนหน้านี้แล้วทั้ง  พิธีกรหนวดงาม  ดำเนินการแถลงข่าว "พีทีที อินวิเตชั่น 2012"  อย่างเป็นขั้นตอน 
"พลังเพลิง"  ปตท.ระยอง ​ได้"โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน อดีตนักเตะทีมชาติไทย ดาราเอเชีย มาคุมทีมมี นักเตะมาร่มงาน 4 คน คือ ศรศักดิ์ แก้วอินตา, อนุวัฒน์ น้อยชื่นพันธ์, มงคล ทศไกร และ โจเซฟ ไทเรอร์ 
งานนี้ผมไม่ต้องทำอะไรมากนักเพราะน้องวาวช่างภาพมือ 1 ของเราประจำการอยู่แล้ว แต่ก็เก็บภาพบรรยากาศงานรวมๆ มาบ้าง
ได้เชิญ โอสถสภา เอ็ม 150  สระบุรี   พัทยา ยูไนเต็ด และอาร์มี่ ยูไนเต็ด แข่งขันกระชับมิตร​อุ่น​เครื่องก่อน​เปิดฤดู​กาล​ 2012  ที่สนามสวนสมุนไพรฯ มาบข่า จ.ระยอง ในวันศุกร์ที่ 2 - 3 มีนาคม   ชิงเงินรางวัลรวม 350,000บาท
 
เดินทางกลับถึง ออฟฟิศ ได้ไม่นานก็ต้องไป ถ่ายฟุตซอลต่อ  เจี๊ยบ ตากล้อง TVขับเอง โอ ตากล้อง TV นั่งข้าง ผมนั่งหลัง   มี น้องพนักงาน TV ร่างอวบอ้วนหัวฟูกว่าเจี๊ยบ ของติดรถกลับบ้านด้วย 
กรจราจรไม่ติดขัดนัก ผมหลับเพราะรู้สึกเพลียๆกับการเดินทางก่อนนี้ และเจี๊ยบ จอดรับ ตรู่ เชียร์ไทย โลตัสพระราม 2 ในเวลา 6 โมงเย็นพอดิบพอดี  
 
ถึงหน้าอาคาร ชาญชัย อควาเดี้ยม มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ผมกับตรู่ก็ตรงดิ่งไปห้องสื่อเพื่อลงทะเบียนทันที โดยเจี๊ยบ กับโอ ขอเข้าไปทีหลัง
 
ผมใส่เสื้อกั๊กเข้าสนามไม่ใช้ขาตั้งตัวใหม่เพราะคล่องตัวกว่า แสงในสนามก็เพียงพอ จึงไม่ใช้แฟร๊ชช่วย และเพื่อไม่เป็นการรบกวนนักเตะด้วย วันนี้ตากล้องน้อยกว่านัดเมื่อวานที่ชนะพม่า 13-0 มีช่างภาพอีก 2 คน รออยู่ก่อนแล้ว  ก่อนการแข่งขันผมเลือกที่จะถ่ายหลังประตูตากาล๊อตเพราะคาดว่าวันนี้ บอลโต๊ะเล็กไทยคงจัดหนักแตังแต่ต้นเกมแน่นอน ทั้งสองทีมสีกลมกลืนกับพื้นสนามสีน้ำเงิน ขอบสนามสีแดง เพื่อ วันนี้ไทยมาในเสื้อแดงกางเกงแดง  ส่วนฟิลิปปินส์ เสื้อสีน้ำเงินกางเกงขาว  
 
จากจังหวะโต้กลับผู้เล่นฟิลิปินส์ร่างป้อม หมายเลข 20 ยิงประตูนำไปก่อน ผู้ชมเงียบทั้งสนาม แต่สถานการก็ค่อยดีขึ้นตามลำดับนับแต่ได้ประตูแรกตีเสมอในนาทีที่ 7
แล้วไล่ถล่มแทบจะข้างเดียว แต้มก็ค่อยๆขยับ เมื่อแต้มเริ่มห่างในจังหวะเบรกเกม ผมผละมาถ่ายผู้ชมในสนามเพื่อเก็บบรรยากาศ 
มีเสียงเรียกที่ข้างสนาม เป็น น้องคิม แฟนกีฬาพันธุ์แท้ชาวนครศรีธรรมราช  ที่ผมไม่ลืมน้ำจิตน้ำใจ
เมื่อครั้งผมกลับจากถ่ายภาพ  ตรัง เอฟซี  เยือน สระบุรี เอฟซี  ในรอบแชมป์เปียนลีก ดิวิชั่น 2 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว วันนั้นผมมาถึงหัวลำโพง 4 ทุ่มกว่า  แต่ไม่มีรถไฟกลับไม่มีที่พัก ก็ได้น้องชายคนนี้ขับรถมารับและพาไปพักที่บ้านแถวศาลายา
เราทักทายกันเพียงเล็กน้อย ผมก็กลับไปถ่ายต่อ  จนหมดครึ่งแรกนำไปถึง 9-1
ผมยื่นการ์ดจากกล้อง ให้ตรู่เชียร์ไทย ซึ่งง่วนอยู่กับการเขียนข่าว แล้วรีบขอการ์ดคืนเพื่อถ่ายภาพบรรยากาศขณะพักการแข่งขัน สังเกตผู้ชมวันนี้มีนักศึกษาน้อยกว่าเมื่อวาน  แต่กลับเป็นผู้ชมจากข้างนอกที่มีมากกว่า
ในครึ่งหลังผมเปลี่ยนฝั่งถ่ายภาพ แต่อยู่หลังประตูทีมฟิลิปปินส์เช่นเดิม  และเลือกเปลี่ยนจุดถ่ายภาพเมื่อการแข่งขันหยุด ภาพค่อยๆเพิ่มเข้ามาในการ์ด เพราะครึ่งหลัง นักเตะทีมไทยเล่นอย่างสนุกเอ็นเตอร์เทน ไม่กดดันอย่างในครึ่งแรก ทำให้ผู้ชม ได้ได้เฮเป็นระยะ  มีจังหวะที่น่าจะได้กลายเป็นไม่ได้แทน เข้ามีหลายจังหวะ
 
จบครึ่งหลัง  ถล่ม 17 – 2 เพียงพอที่จะเป็นที่ 1 ในสายอย่างไร้ข้อกังขา
 
น้องคิมโทรเข้ามา หลังการแข่งขันจบลง เราทักทายกันเล็กน้อยแล้วกลับไป  เพราะผมต้องกลับมาทำงานที่ออฟฟิศอีก 
หลังคืนเสื้อกั๊ก และรับบัตร ผมรอ ตรู่ เชียรไทย ส่งข่าวเสร็จ แล้วเดินทางกลับมาขึ้นรถ คราวนี้น้องโอ ขับแทนเจี๊ยบ TV  นั่งข้างๆ ขณะที่รถออกจากได้.ไม่ไกล ตรู่ เชียรไทย ของเราก็ได้รับโทรศัพท์และไว้วานให้ไปรับ เจ้าหน้าที่สาวสวยที่ไม่มีรถกลับ โอวนรถกลับทันที และแล้วก็ เจอสาวสวย กับหนุ่มร่างอวบใหญ่เป็นของแถมอีกหนึ่งคนติดตามพร้อมเราไปด้วยโดย โอและเจี๊ยบนั่งหน้า ส่วนอีก4คนรวมทั้งผมนั่งตัวลีบๆเบาะหลัง  
ผมนั่งดูภาพที่จัดการเสร็จแล้ว มีภาพน้องคิมถ่ายกับ นักเตะ หมายเลข 9 คนเก่ง แล้วตัดสินใจเพิ่มภาพผู้ชมเข้าไปด้วยเพราะการแข่งขันถ้าไม่มีผู้ชมก็คงเงียบเหงา
โพสต์เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2555 | โดย saifapa | อ่าน 1434 ครั้ง
ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย (2) :ยำหม่อง 13 - 0

                                "ถ้าพี่ว่างก็มานะ" ตรู่ เชียร์ไทย ผู้รอบรู้ทิ้งประโยคสุดท้าย แล้วเดินเท้าเข้าบ้านแถวแถวพระราม 2  ให้ผมตัดสินใจ 1 วัน

                                ผมเดินขึ้นบันไดอีก 1 ชั้น สอบถามฝ่าย TV ซึ่งจะไปบันทึกการแข่งขัน คู่ที่ 4  ไทย กับ พม่า เพื่อขอติดรถไปถ่ายภาพ ให้ ตรู่ เชียร์ไทย นำไปประกอบข่าว ได้เจอ น้องเจี๊ยบ ตากล้อง TV หุ่นอวบหัวฟู 

                               "เดี่ยวนัดกันอีกที...พี่ " นั่นคือคำตอบ

                                เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ผมได้ไปทดลองบันทึกการอ่านข่าว ในห้องบันทึกเสียงของสตูดิโอ ทดสอบเสียง อากาศเย็นๆ ภายในห้อง บวกกับความตื่นเต้น ผลก็คือ เสียงสั่นๆฟังไม่ได้ศัพท์  สรุปคือ การอ่านยังไม่ผ่าน

                                จึงขึ้นไปหา ตากล้อง TV หุ่นอวบหัวฟู อีกครั้ง "เดี๋ยว 5 โมงเย็นเจอกันข้างล่าง... พี่ "    

                                เจอกับพี่หมู ผู้ชักนำผมเข้าสู่วงการสื่อ ถามถึงเอกสารสมัครงานที่ยังไม่ครบ จากนั้นได้นำผมไปเปิดบัญชีธนาคาร แถว 5 แยกลาดพร้าว แล้วเลี้ยงข้าวเย็น จะได้ไม่หิวก่อนเดินทาง

 

                                ถึงเวลา 5 โมงเย็น น้องเจี๊ยบ ตากล้อง TV หุ่นอวบหัวฟู   เป็นเนวิเกเตอร์ นั่งหน้า มาพร้อมกับ น้องโอ โชเฟอร์ หัวเกรียนหุ่นผอมๆ   นั่งหน้า  ผมนั่งหลัง 

ส่วน ตรู่ เชียร์ไทย เกาะติดขอบสนามฟุตซอล ชาญชัย อควาเดี้ยม มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีแล้ว

การขับขี่ของน้องโอ ก็โอ(เค) นะ แต่จังหวะการดริฟท์เข้าโค้งบนทางด่วน แล้วผมหวิวๆพิกล แต่เนวิเกเตอร์เจี๊ยบ เฉยๆ

 

                                เวลาเหลือประมาณ ครึ่งชั่วโมงก่อนแข่ง

                                "เคยมาถ่ายตะกร้อ ไม่ต้องกลัว เลี้ยวขึ้นสะพานไปเลย"  เสียง เนวิเกเตอร์เจี๊ยบ บอกให้ โชเฟอร์โอ เลี้ยวขึ้นสะพาน รถก็ไปตามทางนั้น คงมีทางเข้าเข้าด้านข้างรั่ว และแล้วก็มาสุดทาง  เราทั้งสาม มองเห็น รั้วกั้นด้านข้างซ้าย ชาญชัย อควาเดี้ยม แต่ไม่มีทางเข้า  เนวิเกเตอร์ เจี๊ยบ ได้แต่หัวเราะ "เหอะๆๆ เวลายังเหลือๆๆ"  

                              แล้วพวกเราก็ ถึง ชาญชัย อควาเดี้ยม ก่อนเวลาแข่งประมาณ 10 นาที

                           พวกเราไปห้องลงทะเบียนสื่อ ออกมากำลังเริ่มพิธีการ ได้ภาพเบื้อหลังของนักเตะที่จะลงสนามพอดี แล้วก็ตามน้ำเดินเข้าสนามไปถ่ายพร้อมสื่อท่านอื่นๆ คิดในใจว่า ช่วงพักค่อยติดต่อตรู่ เชียร์ไทย

                                ครึ่งแรก ก่อนการแข่งขัน ผมถ่ายภาพทีมพม่าแล้วรีบมาถ่ายภาพทีมไทย แล้วเลือกถ่ายจากฝั่งประตูทีมไทย โดยไม่ลืมขาตั้งกล้องไปด้วย

                                โปรกล้องผมสีเทาๆรายหนึ่งซึ่งนั่งอยู่คนเดียวแนะนำว่า "เลนส์ตัวเล็ก ต้องถ่ายฝั่งโน้น... "

                                 ผมก็เลยเดินเก็บภาพผู้ชมช่วงเดินไปฝั่งประตูทีมพม่า  จากฝั่งนี้ทำให้ผมสามารถถ่ายผู้เล่นทีมไทยได้ในจังหวะที่ลากบอลเข้ามา ขอบคุณโปรท่านนั้นแนะนำ

                                ทีมไทยใช้เวลาไม่นานก็ได้ประตู  แล้วแต้มก็ไหล แล้ว ประตูที่ 2 และ3 ได้กันติดๆในไม่กี่วินาที  จบครึ่งแรก  แต่ผมยังไม่มีภาพแอ๊กชั่นที่น่าสนใจไปประกอบข่าว อารมณ์พอๆกะผู้รักษาประตูหม่อง ที่โดนไทยยำไป 6 ประตู

                                เจอ ตรู่ เชียร์ไทย กำลังง่วนตรวจหาชื่อผู้ทำประตู ในครึ่งแรก เพื่อไม่ให้พลาด รายชื่อผู้ทำประตูในครึ่งแรก เขาแล้วภารกิจคือ ให้ถ่ายภาพว่าที่โค้ชคนใหม่ชาวฮอลแลนด์ ที่เข้ามาสังเกตการอยู่บนอัฒจันทร์ตรงข้าม ผมก็ใช้กล้องตัวน้อยๆ ซึ่งสามารถดึงโฟกัสเข้ามา 30 เท่า เพื่อดูว่าโค้ชคนไหมอย่างคร่าวๆ เพื่อไม่ให้ผิดพลาดไปถ่ายคนอื่น

 

                                ครึ่งหลัง ผมไม่รู้ว่า น้องเจี๊ยบ และน้องโอ ตากล้อง TV ไปอยู่ที่ไหน น่าจะถ่ายจากบนอัฒจันทร์ เพราะ ในบริเวณขอบสนามมีแต่ช่างภาพซึ่งน้อยกว่าครึ่งแรกคงเพราะเขามีภาพดีๆแล้วจึงเลิกถ่าย  เลือกนั่งตรงข้ามกับครึ่งแรก แต่ยังเป็นหลังประตูพม่าเหมือนเดิม ทีมไทยครองบอลและกดดันต่อเนือง  แต้มเริ่มไหลเรื่อยๆ นึกเสียดายที่ชนถึงสองครั้ง ไม่งั้นคงได้เพิ่มอีก 2 ประตู  เมื่อปรับอารมณ์ขณะถ่ายภาพได้ ก็เริ่มได้ภาพที่ใช้งานข่าวได้บ้างแล้วแล้ว

ส่วนภาพผู้ชมก็เลือกถ่ายช่วงเกมหยุด ไม่ก็ขณะเปลี่ยนจุดถ่ายภาพ

                            ความจริงแสงสว่างมากเพียงพอที่ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ แต่จังหวะแอ๊กชั่น ยิ่งกล้องนิ่งเท่าไหร่ คุณภาพของภาพก็จะดีขึ้น เพราะทุกจังหวะจะผ่านไปไม่ย้อนให้กลับมาถ่ายใหม่อีกแล้ว

 

                              หมดเวลาการแข่งขันครึ่งหลังได้มา  7 ประตู รวมได้ 13 ประตู

ถ้านับรวมบอลชนเต็มๆ เสา อีก 2 ครั้ง ผลงานนัดนี้ก็น่าพอใจสำหรับนักเตะใหม่หลายๆคน ผู้ส่วนใหญ่เป็นรักศึกษา ชมทะยอยกันกลับ ตรู่ เชียร์ไทย เดินขายาวๆ ไปสัมภาษณ์ ว่าที่โค้ชคนใหม่   "วิคเตอร์ เฮอร์มันส์ " ทันที

ก่อนเข้า  เข้าห้องแถลงข่าวนัดนี้

                                ตรู่ เชียรไทย เขียนข่าว เสร็จ เป็นรายสุดท้ายเพราะเขาละเอียดเก็บทุกเม็ด

  นานจนเจ้าหน้าที่สนาม ซึ่งแลกบัตรสื่อ  กลับไปก่อน กลับไป พวกเรารอกว่า 20 นาที  ตรู่ เชียร์ไทย ติดรถกลับมาด้วย แต่ลงกลางทางที่บ้านแถวพระรามสอง 

                              เนวิเกเตอร์เจี๊ยบ กลายมาเป็นโชเฟอร์บ้าง  โอ นั่งข้างๆ บ้าง "เดี๋ยวพี่ก็ชิน เหอะๆๆ ถ้านั่งกับ เฮียต้อมาแล้ว กับผมพี่ก็ชิวๆ  วิ้วๆ ๆ " 

                              ผมนั่งเกร็งอยู่ข้างหลังพักนึงแล้วผ่อนคลายลงด้วยความง่วง ยังจำได้ดีว่าโชเฟอร์ต้อเป็นคนขับรถในภารกิจต้อนรับ ทีมเวกันตะเซนได จากลาดพร้าว 48ไปถึงสุวรรณภูมิในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ตอนนี้เดินทางไปช่วยงานผู้สื่อข่าวที่เชียงใหม่

                กลับถึง ออฟฟิศ  สี่ทุ่มกว่าๆ ผมนั่ง มองภาพ แล้วนึกเห็นใจ MR. Nay Myo Shein ผู้รักษาประตูหม่อง ไม่รู้จะนอนฝันร้ายรึเปล่า

 

 

ติ๊ก ไสฟ้าผ่า

โพสต์เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2555 | โดย saifapa | อ่าน 1187 ครั้ง
เก็บตก ! โตโยต้า พรีเมียร์ คัพ 2011

                    จบลงไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ ศึก ฟุตบอล โตโยต้า พรีเมียร์ คัพ 2011 ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ เวกัลตะ เซนได 2 ทีมแชมป์ ถ้วยโตโยต้า ลีก คัพ ของ ไทย และ ญี่ปุ่น   ชัยชนะ ตกเป็นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งแม่นโทษมากกว่า ทำให้ชนะไป 5-3 ก่อนเสมอกันในเวลา 90 นาที 1-1

                    ถึงแม้ว่าในเกมการแข่งขัน นักเตะของทั้ง 2 ทีม จะหวดกันอย่างไฟแลบ ชนิดที่ไม่ยอมกันง่ายๆ ลูกหนัก ลูกปะทะ มีให้เห็นบ่อยครั้งในเกมนี้ แต่ก่อนเกมจะเริ่มขึ้น ผมได้เดินเก็บภาพบรรยากาศต่างๆบริเวณรอบๆสนาม ศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ที่ปกคลุมไปด้วยมนต์ขลังต่างๆมากมาย บรรดากองเชียร์ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือในฉายา "นักรบปราสาทสายฟ้า" ต่างยกพลกันมาร่วมหมื่นชีวิตที่สนามกีฬาแห่งนี้ ซึ่งแน่นอน นี่คือ ผู้เล่นคนที่ 12 อย่างแท้จริงของ ขุนพล "ปราสาทสายฟ้า"

                    แต่แล้วผมก็ต้องสะดุดไปกับหญิงสาวคนนึง ที่สังเกตุจากระยะไกลๆก็บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า นี่แหละ แบบฉบับของสาวญี่ปุ่น  ผิวขาว,ตาโต,แก้มป่อง เห็นแล้วน่าเข้าไปหยิกแก้มซักที 2 ที เธอคงยืนรอเพื่อนๆชาวญี่ปุ่น ที่เดินทางมาเชียร์ทีมรักของพวกเขา ซึ่งในระหว่างรอนั้น ผมกับ "พี่เจ" ช่างภาพจาก นสพ.ข่าวสด ก็เข้าไปขอเก็บภาพเธอ ข้างๆกับถ้วย โตโยต้า พรีเมียร์ คัพ ซึ่งเธอก้ยินดี และโพสท่าพร้อมผ้าพันคอทีมรักให้กับเรา 2 คนอย่างเป็นกันเอง พอเรา 2 คนได้ภาพที่พอใจแล้วก็กล่าวขอบคุณกับเธอ และเดินไปเก็บบรยากาศอื่นๆต่อไป  เรา 2 คนก็เดินสอดส่ายค้นหา เหตุการณ์ต่างๆที่คิดว่าจะเก็บมาเป็นสีสันได้ซักระยะนึงแล้วก้ชวนกันเดินกลับไปที่ ห้องผู้สื่อข่าว

 

 

                   นั้งพักกันได้ซักพักยังพอมีเวลาเหลือก่อนบอลจะเตะ ก็เริ่มมีเพื่อนๆพี่ๆช่างภาพจากที่อื่นก็เดินทางมาถึง พวกเราจึงตัดสินใจกันต่อว่า จะเดินออกไปเก็บบรยากาศกันอีกซัก 1 รอบ และแล้ว พอพวกเราเดินกันไปถึงที่ที่ ผมกับพี่เจ พบกองเชียร์สาวสวยของญี่ปุ่นคนนั้น ก็ถึงกับตะลึงที่ว่า บรรดาแฟนบอลชาวไทย ต่างเข้าไปขอถ่ายรูปคู่กับเธอ กันอย่างมากมาย ช่างเป็นภาพที่บ่งบอกได้ถึงคำว่ามิตรภาพดีๆเกิดขึ้นได้ที่ กีฬา จริงๆ

 

โพสต์เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2555 | โดย Hawow | อ่าน 1639 ครั้ง
ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย (1) :ล่ามกิตติมศักดิ์

 

          กว่าจะจัดการภาพกว่า 600 ภาพ ที่ถ่าย ดิวิชั่น 2 ของ กรุงเทพฯ และปริมณฑล  รังสิต เอฟซี พ่าย นอร์ทกรุงเพท ฯ ไป 0-1  ที่สนาม บีจี  เดินออกจากออฟฟิศก็เกือบๆ ตี 3   ตื่นแต่เช้ายังรู้สึกง่วงๆอยู่      ผู้รอบรู้เรื่องราววงการฟุตบอล  นัดผมไว้ที่ 9 โมงเช้า  กำหนดการงานแถลงข่าวฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย คือเวลา 11.00 น. ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  ออกเดินทางเมื่อใกล้ 10.00 น. โดยคุณจ๊อ ตากล้อง TV   เป็นสารถีขับรถ  ตรู่ เชียร์ไทย นั่งข้างๆ  ส่วนผมขอนั่งหลัง แอร์เย็นในรถกะบะ ทำให้ยิ่งรู้สึกง่วง
  
          ผ่านแยกลาดพร้าว เข้ารัชโยธิน ตรงไปขึ้นทางด่วนประชาชื่นคือทางออกที่ดี เพื่อให้ทันงานแถลงข่าวจากทางด่วน "ตรู่ เชียร์ไทย" จ่ายค่าทางด่วน ไม่ลืมที่จะขอใบเสร็จค่าทางด่วนไปเบิกที่ออฟฟิศ
 
 
          ลงสะพานยมราช ผ่านสนามม้านางเลิ้ง เข้าราชดำเนิน ขึ้นสะพานพระราม 8 ลง ฝั่งตลิ่งชัน เข้าถนนอักษะ เข้าเขตทวีวัฒนา  เป็นอีกเขตที่ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้ว  คลองซึ่งขนานถนน ยังหลงเหลือรอยคราบระดับความสูงของน้ำรอยน้ำท่วมไว้ตามเสา 
 
          และแล้วก็ถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นเวลา 11.15 แล้ว จากจุดที่จอดรถ มีรถของสื่อหลายสำนัก มาทำข่าวกันพร้อมแล้ว เราสามคนรีบก้าวขายาวๆกันทันที  
 
          มีการเซตพื้นที่ไว้เป็นอย่างดี มีช่องว่างสำหรับให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพและตากล้องทีวีซึ่งตั้งขาตั้งกล้อง  หลังลงทะเบียนและรับเอกสาร  งานแถลงข่าว AFC Futsal Championship 2012  (Qualifiers) : ASEAN Zone  การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย (รอบคัดเลือก) : โซนอาเซียนระหว่างวันที่ 21 -26 กุมภาพันธ์ 2555   อาคารดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
เสียงดนตรีคล้ายวงมโหรีค่อยๆดังมาจากด้านหลังซึ่งมาจาก กองเชียรใส่ชุดนักรบไทย 3 คน เหลือง แดง น้ำเงิน คนละสี  สักพักประตู เลือนเปิดออก คณะผู้จัดงานแถลงข่าวก็ทะยอยเดินเข้ามา ขึ้นนั่งตามป้ายที่กำหนด เมือเดินเข้าไปใกล้ก็ แถลงข่าว  ทีละคนเริ่มจาก  
ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ประธานมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 
องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ถิรชัย วุฒิธรรม ประธานพัฒนาฟุตซอลแห่งชาติ
ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
ดร.กว้าง รอบคอบ อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา
อาจารย์ ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองอธิการบดีมห่วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
ปิดท้ายที่นักกีฬาฟุตซอลชาวไทย
พิธีการเรียบง่าย และกระชับใช้เวลาไม่นาน
 
 
 
 หลังถ่ายภาพหมู่  ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เปิดอาคาร ยิมเนเซี่ยม ชาญชัย อควาเดี้ยม มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี งบประมาณ 400 กว่าล้านบาท ซึ่งใช้เป็นสนามจัดการแข่งขัน 
 
ให้ผู้สื่อข่าวได้เข้าชม มีรถขนส่งผู้สื่อ
 
 
แต่ผมชอบเดินเท้าร่วมมากกว่า เพราะการเดินทำให้ยิ่งเห็นอะไรมากขึ้น
 
มีคนงานกำลังรดน้ำในสนามหญ้า
 
เมื่อวานไปสนามหญ้าเทียมของบีจี ก็เลยเดินลัดสนามหญ้าย่ำบนหญ้า เพื่อไปเก็บภาพด้านหน้า ยิมเนเซี่ยม แต่แล้วดินเปียกๆที่มีแค่หญ้าคลุม ก็คือโคลนดีๆนี้เอง
 
 
 
ผมค่อยๆก้าวไปช้าๆ หลายสิบก้าวเหมือนกันกว่าจะเลี่ยงออกจากสนามหญ้า แต่ก็ยังดีที่ได้ภาพตามต้องการ
 
 
 
 
          ผู้สื่อข่าวคนอื่นๆเข้าไปหมดแล้ว มีแต่ผมและ ตากล้องวีดีโอผมยาวท่านนึงยืนถ่ายด้านหน้า อาคารแบบเก็บละเอียด แม้ประตูทางเข้าก็ถ่าย นึกไปถึงตากล้องโป้งเหน่งชาวญี่ปุ่นที่ ถ่ายกระทั่งหมายเลขของชั้น 41 เมื่อครั้ง ทีมเวกัลตะ เซนได เดินทางไปพบ กก.ประธานโตโยต้า รอบคอบแบบนี้สามารถเอาไปตัดออกหรือเสริมให้พอดีในเวลาที่ออกอากาศในภายหลังได้
 
ภายในกว้างขวาง ที่นั่งกว่า 6 พันที่นั่ง ก่อสร้างแล้วเสร็จไปกว่า 80 เปอร์เซ็น แต่ ผลจากน้ำท่วมทำให้การก่อสร้างล่าช้า แต่ภายในค่อข้างแล้วเสร็จ พร้อมจัดการแข่งขันได้  ยิมเนเซี่ยมที่สว่างจ้า  ทั้งแอร์เย็นๆสบาย 
ผมเดินวนขวารอบสนามฟุตซอลที่ตั้งอยู่ใจกลางยิมเนเซี่ยม ชาญชัย อควาเดี้ยม   มีภาพธงไทย และธงเวียดนาม แสดงความพร้อมของระบบสกอร์บอร์ดไฟฟ้า ในสนามฟุตซอล นักกีฬาของประเทศเวียดนาม กำลังฝึกซ้อมอย่างขยันขันแข็ง  ผู้เล่นใส่เสื้อกางเกงสีขาว  ผู้รักษาประตูใส่เสื้อเหลืองกางเกงดำ ส่วนผู้ฝึกสอนใส่เสื้อสีแดง เป็นฝรั่งผิวขาวสองคน 
 
 
 
ต่อมาทราบว่าเป็นโค้ชชาวอิตาลี ชื่อ แซร์จิโอ กาเลเกลลี่
 
โดยได้ ก็ได้ความกรุณาช่วยเหลือจาก บิ๊กเปี๊ยก องอาจ ก่อสินค้า เป็นล่ามให้ yes
 
สอบถามความพร้อมของทีมเวียดนาม โค้ชชาวอิตาเลี่ยนก็ หยอกคำหวานว่าไทยน่าจะได้เข้ารอบแน่นอน yes
 
          มีจัดเลี้ยงผู้สื่อข่าว แต่ คุณจ้อมีงานที่ต้องไปถ่ายต่อในเวลาบ่าย 2  ส่วน  ตรู่เชียร์ไทย มีภาระกิจเกาะติดสถานะการไม่ไปไหนทั้ง 7 วันที่เหลือ   และอีกไม่กี่เดือนนานเขาจะไปเกาะติดที่เวียดนาม   คุณจ้อ ส่งผมถึงออฟฟิศใช้เวลาไม่ถึง 1 ชม. แล้ะได้รับข่าวว่าไม่ต้องไปงานอื่นเพราะมีคนทำแทนให้แล้ว
ส่วนผมมาขอข้อมูลจากน้องวาวตากล้องมือ 1 เพราะวันพรุ่งนี้อาจจะได้ไปถ่ายฟุตซอล ที่ ยิมเนเซี่ยม ชาญชัย อควาเดี้ยม..
 
 
ติ๊ก ไสฟ้าผ่า
โพสต์เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2555 | โดย saifapa | อ่าน 2639 ครั้ง
เยือนสนาม BG

 

                เมื่อวานน้องเปิ้ลผู้ประกาศข่าวคนสวยแห่ง SMMTV ได้แจ้งภารกิจให้ผมเตรียมพร้อม

               สำหรับภาคสนามดิวิชั่น 2 ที่ไหนสักแห่ง กับ  ป่อง สัปรด นักข่าวชาวประจวบมาดเซอร์ มีพี่ชาลีจะเป็นโชเฟอร์ ในภาระกิจนี้  หลังจากผมเคลียร์งานภาพ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ เวกัลตะ เซนได เสร็จ  ป่อง สัปรดเดินทางบ่าย 4 โมงเย็น เพราะ ตารางเวลาแข่งขันของคู่ รังสิต เอฟซี  กับ นอร์ทกรุงเทพ เอฟซี  ที่ สนาม ลีโอ สเตเดี้ยม หรือ สนาม บีจี จะเริ่มเวลา 18.00 น.  โดย น้องวาวตากล้องมือ 1 จะตามไปสมทบ

                จาก ออฟฟิศ SMM ไป คลอง 3 ปทุมธานี ใช้เวลาร่วมชั่วโมง พี่ชาลีหิวข้าว จึงแวะให้ซื้อข้าวมันไก่คนละห่อ สำหรับใช้ทานที่สนามเพื่อความสะดวก   แล้วเดินทางต่อไปสนามสนามบีจี  แต่คนขายไม่ได้ให้ช้อนมา crying

                ทีมนอร์ทรุงเทพ ตั้งบูทของมหาวัทยาลัย ฯ มีน้องๆนักศึกษายืนแจกหลักสูตรสำหรับการศึกษาต่อ บริเวณขั้นบันไดก่อนถึงประตูทางเข้า

                  ผมกับป่องรับกันมาคนละชุด แลกกับการถ่ายภาพน้องๆ

                งานนี้ผมได้พบน้องเจน ตากล้องสาวแห่งบีจี  ตรงจุดลงทะเบียนผู้สื่อข่าว blush

                ก่อนหน้านี้ เคยเห็นเจ้าตัวเดินถือเลนส์เทเลตัวใหญ่ ถ่ายนัดที่เยาวชนทีมชาติไทย อายุ 19 ปี เสมอ เยาวชนทีมชาติญี่ปุ่น ไป 0-0 ที่สนามเทพหัสดินบุคลิกดี ท่าทางมั่นใจสูง

                ลงทะเบียนเสร็จ ผมได้รับเสื้อกั๊กสีเหลืองสำหรับช่างภาพ  ในสนาม นอร์ทกรุงเทพ ทีมเยือนลงซ้อมก่อน เห็น เศกสรรค์ ปิตุรัตน์  ยังต่อสัญญาเล่นให้ นอร์ทกรุงเทพ อีกปี  เป็นกำลังสำคัญที่พาทีมเข้ารอบแชมเปียนลีก ฤดูกาล2011

                เป็นครั้งแรกที่ได้ลงย่ำบนลงสนามหญ้าเทียมผืนใหญ่  ราบและเรียบไม่ขรุขระมากนัก  สร้างบรรยากกาศได้เกือบเหมือนสนามหญ้าจริงมาก

 

                 ดูทีมเยือนกำลังซ้อม ลูกบอลเด้งสูง และ แฉลบไวกว่าหญ้าจริง จากข้อมูลที่ทราบมา ลูกฟุตบอลของแกรนด์สปอร์ต ซึ่งใช้มนการแข่งขันรายการนี้ถูกออกแบบมาสำหรับการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 2 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสนามหญ้าและดินที่แข็ง ต่างจากลูกฟุตบอลของไนกี้ ของดิวิชั่น 1 และ ไทยแลนด์ลีก

                สนามแห่งนี้มีสกอร์บอร์ดขนาดยักษ์ สามารถเปิดรายการทางโทรทัศน์ได้ ก่อนการแข่งขันได้เห็น ภาพน้องเปิ้ล พิธีกรสาวสวยของเรากำลังรายงานผมการแข่งขันของสนามต่างๆ ดังไกลถึงสนามบีจีyes

             

              กลับมาที่สื่อ น้องวาวมาถึงสนามแล้ว มีพี่อ้วนตากล้องอาวุโสมือโปร และ อีก 2-3 ท่านที่ไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนาม 

 

                6โมงเย็น ได้เวลาเริ่ม เกมการแข่งขัน

                     ครึ่งแรก ผมเลือกเก็บภาพจากหลังประตูของ รังสิต เอฟซี เจ้าบ้านซึ่งอยู่ฝั่งขวาของอัฒจันทร์มีหลังคาเพราะจะได้ถ่ายภาพผลการทำประตูสกอร์บอร์ดขนาดยักษ์นี้ด้วย  ผมทดลองปรับ ISO มาที่ 1600  F5.6  แต่แสงก็ไม่เพียงพอที่จะถ่ายภาพ ทดลองด้วยการปรับ เป็น  6400และลดลงมาเป็น 3200 แต่ก็ยังไม่ได้อย่างที่ใจต้องการ จึงปรับมาเป็น 1600 อีกครั้ง

 

                รูปเกมการแข่งขัน ดูไม่ค่อยจะไหลลื่นมากนัก เป็นนัดแรกของทั้งคู่ เกมหยุดเป็นพักๆ เพราะผู้เล่นเจ็บบ่อย

  

                 ท้ายครึ่งแรก สามารถถ่ายจังหวะลูกปัญหาได้ทัน คือจังหวะที่  อภิวัฒน์ เพ็งประโคน หมายเลข 17 ของ นอร์ทกรุงเทพ ทีมเยือน กำลังกระชากบอลเข้ากรอบเขตโทษ  แล้วโดนสไลด์จากด้านหลังจากกองหลัง รังสิต เอฟซีเจ้าบ้าน

               จบครึ่งแรกต่างทำประตูกันไม่ได้

                ครึ่งหลัง ผมเลือกเปลี่ยนไปถ่ายฝั่งตรงข้ามแทน ลองถ่ายหลายๆจุดเผื่อครั้งหน้าอาจจะได้มาอีกครั้ง  บวกกับเป็นการคาดเดาที่ผิดบ้างและถูกบ้างในแต่ละนัด ที่จะได้จะได้ภาพการทำประตู

           และเป็น อภิวัฒน์ เพ็งประโคน หมายเลข 17 ของ นอร์ทกรุงเทพ ทีมเยือน คนนี้ที่ขึ้นโขกบอลในจังหวะชุลมุนหน้ากรอบเขตโทษ จนลูกเข้าประตูไป กิตติศักดิ์ ระวังป่า นายประตู รังสิต เอฟซี  หมดโอกาสเซฟ

 

         รูปเกมเริ่มมีการปะทะมากขึ้น ท้ายเกม เศกสรรค์ ปิตุรัตน์ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติ ได้ลงสนาม

หมดเวลาต่างทำประตูเพิ่มไม่ได้

 

รังสิต เอฟซี เจ้าบ้าน พ่าย นอร์ทกรุงเทพ เอฟซี ทีมเยือนไปหวุดหวิด 0-1 เพราะมีโอกาสด้วยกันทั้งคู่

                ก่อนกลับไม่ลืมที่จะเก็บภาพบรรยากาศการทำงานของสื่อ ทั้งจากทีวีช่อง 3 และ ช่างภาพสาวเจ้าถิ่นไว้เป็นที่ระลึก

         

         ร่ำลาน้องวาว ซึ่งเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว และกลับบ้านด้วยตัวเอง พี่ชาลีนำผม และ ป่องสับรด กลับถึงออฟฟิศ สามทุ่มกว่าๆ แล้วพี่ชาลีรีบกลับบ้านที่ปทุมธานี ซึ่งอยู่ไม่ไกลสนามบีจี  ป่องก็กลับบ้านเช่นกัน

         เหลือผมนั่งทานข้าวมันไก่ และนั่งจัดการ 600 กว่าภาพที่ถ่ายมา

 

ติ๊ก ไสฟ้าผ่า

โพสต์เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2555 | โดย saifapa | อ่าน 2240 ครั้ง
บันทึกภารกิจติดตามแข้งญี่ปุ่น เวกัลตะเซนได (จบ)

            วันนี้เตรียมตัวก่อนเดินทางไป ถ่าย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปะทะ เวกัลตะ เซนได ที่สนามศุภฯ

            ผมมาออฟฟิศแต่เช้าเพื่อ นั่งดูภาพถ่ายการซ้อมของเวกัลตะ เซนได เมื่อวาน ใน พีซี ออฟฟิศซึ่งวางไว้หลังห้อง เพื่อมองหาภาพนักเตะและดูรายชื่อประกอบ เห็นว่าภาพที่ถ่ายมายังไม่ใช่ภาพแอ๊กชั่นที่ดีนัก

            นัดกันเที่ยงเพื่อเดินทางไปสนามศุภฯพร้อมกัน
 
            รอคอยเลยเวลาบ่ายโมงกว่า น้องวาวช่างภาพมือ 1 ก็โทรมาบอกว่ามาถึงแล้ว และรออยู่ด้านล่าง
 
            พี่ชาลีโชเฟอร์ SMM กับทีมงาน อีก 8 ชีวิต มุ่งไป สนามศุภชลาศัย โดยมี พี่ นัย ฝ่ายทีวี นั่งข้างซ้ายพี่ชาลี  ผมนั่งเบาะหลังติดประตูด้านซ้าย ถัดไปด้านขวาเป็น น้องเอ็กซ์ผู้ประกาศผมแสกข้าง และน้องตรู่ ผู้รอบรู้บอลไทยนั่งติดประตูขวา
 
            ส่วน น้องวาวตากล้อง น้องหนึ่งตากล้องทีวี น้องแบ้งค์ผู้สื่อข่าว ยอมเสียสละนั่งแค๊บกะบะ
 
            รถติดพอสมควร ผมขอลง MBK เพื่อหาซื้อรองเท้าและอุปกรณ์สำหรับทำขาตั้งกล้องตัวเล็กๆ  โดยไม่ลืมที่จะขอเบอร์โทรพี่ชาลี เพื่อประกันว่าผมจะได้มีรถกลับออฟฟิศหลังจากถ่ายงานเสร็จ
 
             เข้ามาใน MBK มีการตรวจค้นกระเป๋า เข้าใจว่าจากสถานการณ์ที่ไม่สงบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมหาซื้อตัวล็อก กล้องกับขาตั้งโมโนพอร์ตเล็กๆ ซึ่งผมทำหล่นหายในนัดอุ่นเครื่อง ตรัง เอฟซี ดิวิชั่น 2 เอฟซี พ่าย พัทลุง เอฟซี ดิวิชั่น 1 
 
            ขาตั้งกล้องตัวนี้ ได้รับไอเดียมาจาก เวบบอร์ดฟูจิ จนทดลองทำและใช้งานได้ โดยใช้ไม้เท้าที่ขายทั่วๆไปเอาด้ามจับออก แล้วนำฐานวางกล้องของขาตั้งตัวเล็กมายึดแทน  ขาตั้งกล้องจำเป็นอย่างยิ่งในการถ่ายภาพในที่ๆมีแสงน้อย หรือวัตถุเคลื่อนไหวเร็วๆ  จะทำให้ได้ภาพที่ชัดขึ้น ความพร้อมเท่านั้นที่จะทำให้ได้ภาพที่ดี 
               
            สอบถามหลายร้านจนอ่อนใจ ราคาขาตั้งตัวเล็กๆที่เคยซื้อมา 200 กลายเป็นราคา 2 พันกว่า  
 
           ความจริง ผมตั้งใจไปซื้อรองเท้าผ้าใบมาใส่ให้ดูเรียบร้อยในการทำงานภาคสนามแทนรองเท้ายางที่ไม่ค่อยสุภาพ  
 
           ก็ดันไปเจอขาตั้งกล้องสีดำ ราคาอยู่ที่พันกว่าบาท  
 
           เมื่อปรับตัวล๊อกสามท่อน ความสูง ได้ 2 เมตร คิดในใจ รองเท้าผ้าไปค่อยซื้อแล้วกัน ต่อรองตกลงราคากับพนักงานขายได้ราคา 1 พันบาท กระเป๋าแฟบๆ ลงทันทีเพื่องานภาพที่ดี
 
 
          เดินเข้าสนามศุภชลาศัยจากด้านข้าง ผ่านโรงยิมเนเซียมนิมิบุตร ในช่วงบ่าย 4 โมงเย็นวันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์  เดินสวนกับแฟนคลับปราสาทสายผ้าซึ่งใส่เสื้อมาในชุดสีน้ำเงิน ผู้คนเริ่มหนาตาตั้งแต่สนามเทพหัสดิน  หน้าสนามศุภฯ มีกิจกรรมจากโตโยต้า เอาไว้สร้างความบันเทิงแค่ผู้เข้าชม แถวยาวเหยียดของคนทุกเพศทุกวัย 
                 
          เสียงพิธีกรชายหญิงเชิญชวนร่วมสนุก เสียงหัวเราะของเด็กๆ หนุ่มๆสาวๆที่ชวนกันมาดูฟุตบอล คู่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบเวกัลตะ เซนได ประหนึ่ง ทีมชาติไทย พบทีมชาติญี่ปุ่น จะต่างกันก็ตรงที่คนในนัดนี้บางตากว่า
 
          สะดุดตาที่สาวร่างเล็กผิวขาวผมยาว น่าจะเป็นดาราญี่ปุ่น ที่โตโยต้าส่งมา  ยืนถ่ายภาพกับคนที่ผ่านไปมาอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส
 
          ผมถ่ายเก็บมาภาพเดียวแล้วเดินต่อเพื่อไปพบทีมงานที่ห้องสื่อ
 
         แลกบัตรลงทะเบียนผู้สื่อข่าว ไทยลีกออนไลน์ เข้ามาเจอทีมงานในห้องสื่อเจอหลายๆคนที่คุ้นหน้า
 
         พี่ชาลีกำลังทานอาหารมื้อเย็นที่เจ้าภาพจัดเลี้ยง ส่วนนักข่าวน้องๆ ก็จัดเตรียมหัวข้อข่าว ผมก็ไม่รอช้าอิ่มหลังพี่ชาลีเล็กน้อย 
 
          วาวตากล้องมือ 1(ของที่นี่นะ) ออกไปเก็บภาพบรรยากาศจากด้านนอก ซึ่งผมพึ่งผ่านมา จึงเลือกเก็บบรรยากาศผู้ชมด้านใน
 
          เห็นหนึ่งตากล้องทีวี ทำหน้าที่เก็บอยู่ก่อนแล้ว ผมเลยเดินวนขวาไปตามลู่วิ่ง ภาพชินตาที่ผู้ปกครองพาลูกหลานเข้ามาชมกีฬาในวันหยุด 
 
          กองทัพปราสาทสายพ้าเริ่มทยอยเข้ามาในอัฒจันทร์ฝั่งคบเพลิง ได้เห็นคุณกรุณา ชิดชอบ แม่บ้านท่านเนวิน มาทักทายแฟนคลับอย่างเป็นกันเองประดุจทุกคนครอบครัวปราสาทสายฟ้า
 
          ด้านแฟนคลับเวกัลตะ เซนได รวมตัวกันใส่ชุดสีเหลืองหลังประตูด้านขวาของอัฒจันทร์มีหลังคา แม้จะมาน้อยกว่าแต่จากกิจกรรมโตโยต้ามีแจกผ้าโพกหัวมีสีแดงกลม สัญลักษณ์ของชาวอาทิตย์อุทัยไว้ ทำให้ดูคล้ายมีแนวร่วมขึ้นมากโข
 
           เสียงทัพปราสาทสายฟ้าร้องเกียวกราว เมื่อท่านเนวินนำนักรบปราสายสายฟ้า ทีม 3 แชมป์ แห่งบุรีรัมย์ ลงสนาม และภาพเตะลูกโทษที่ช่างภาพก็คงต้องกดชัตเตอร์ไว้
 
 
ทั้งสองทีมเริ่มวอร์มอัพ เจอทีมงานทีวีโป๊งเหน่งจากญี่ปุ่นอีกแล้ว ทีมนี้เขาถ่ายกันแบบไม่หยุดพักเลยผู้จัดการสนามนัดแนะขั้นตอนพิธีการ
 
 
 
            ช่วงนี้ทำไรดี หันไปเจอ เดอะตุ๊ก ปิยพงษ์ ผิวอ่อน ขวัญใจของผมและของใครๆหลายๆคน มายืนข้างสนาม ผมไหว้วานช่างภาพที่พึ่งเจอกันให้ถ่ายภาพให้ แต่ขึ้นชื่อว่าเดอะตุ๊ก ก็มีคิวยาว ช่างภาพที่ไหว้วานถือกล้องให้กว่า 2 นาที ผมเลยขอบคุณพร้อมรับกล้องกลับมา แต่ช่างภาพท่านนั้นก็ถ่ายภาพผม กับเดอะตุ๊ก ได้จริงๆ โดยถ่ายขณะผมยืนรอ 55  
 
             ขอบคุณครับบบ T T
 
             จากพิธีการก็มาถึงการแข่งขัน
 
    บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ เวกัลตะ เซนได   สนามศุภชลาศัย
 
 
 
            ผมไม่รอช้างัดขาตั้งโมโน ตัวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาใช้ทันที การใช้งานมั่นคงกว่าขาตั้งตัวเก่าที่เคยใช้  กดชัตเตอร์ได้นิ่งกว่า  ขวามือผมชายใส่หมวกโตโยต้าเสื้อขาวบัตร  VIP คล้องคอเดินถ่ายวีดีโอ หน้าคุ้นๆ นี่มันพี่อ่ำ อัมรินทร์ นี่นา  55 ยิ้มทักทายเล็กน้อยแล้วผมก็ถ่ายภาพ
 
           ขอบันทึเกมสักเล็กน้อย ครึ่งแรก  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้  1 ประตู น 36 อัสการ์ ยาดิเกรอฟ เปิดบอลข้ามกองหลัง มาให้ แฟรงค์ อาซิมปอง กระดกบอลหนีมือ ฮายาขิ ผู้รักษาประตู เวกัลตะ เซนได
 
 
           ครึ่งหลัง เวกัลตะ เซนได ได้ 1 ประตู น.58 เวกัลตะ เซนได ส่งยาง ยอง กี ผู้เล่นทีมชาติเกาหลีเหนือ ลงแทน โทชิอิโระ มัตสุชิตะ
 
         น.64 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่งชินโนสุเกะ ฮอนดะ หลังที่ย้ายมาจากจูบิโล่ อิวาตะ ลงแทน สุรัตน์ สุขะ และ สุริยา ดอมไธสง ลงแทน ฟร็องค์ โออ็องค์ซ่า น.71
 
         เวกัลตะ เซนไดทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้จุดโทษ เพราะ เออร์แมนผลัก ยูกิมุโต้ ล้มลง ในกรอบเขตโทษ  และเป็น โยชิอากิ โอตะ รับหน้าที่สังหารจุดโทษไม่พลาด น. 72 เวกัลตะ เซนได ส่ง อัตสึชิ ยานางิซาว่า อดีตกองหน้าญี่ปุ่น ลงแทน ชินโง โทมิตะ
 
 
          น .78 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่ง บูบ้า แอ็บโบ้ ลงแทน อัสการ์ ยาดิเกรอฟ น.81 ชินโง อะคามิเนะ กองหน้าของ เวกัลตะ เซนได ถูกเฮอร์แมน หลังของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตะเข้าเต็มหน้า ได้รับบาดเจ็บขอบตาจนต้องส่งโรง พยาบาลพระราม 9 และส่ง ยูตะ อิชิโกะ ลงมาแทน
 
          หมดเวลา เสมอกันไป 1-1 ต้อง ยิงจุดโทษ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  สังหารจุดโทษทีหลังแต่ไม่พลาดทั้ง 4 คน ต่างจาก เวกัลตะ เซนได ที่ยิงจุดโทษพลาดไป 2 คน ทำให้ สกอร์รวม 5-3
 
 
     
 
 
       ในสายตาผมที่ได้เห็นอยู่ติดสนาม  เวกัลตะ เซนได ที่มีระบบการเล่นที่น่าสนใจ แม้จะพ่าย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ของท่านเนวิน แต่สไตล์บอลที่ไหลลื่น บอลจะไม่หยุดนิ่งที่คนใดคนหนึ่งนาน  จังหวะที่ไปไม่ได้ก็ส่งหลัง และเน้นความแม่นยำและแน่นอน รอการเติมตำแหน่ง  
 
        จากการเสียประตูในครึ่งแรก ทำให้ผมได้เห็น ยาง ยอง กี ผู้เล่นทีมชาติเกาหลีเหนือลงสนาม
รายนี้ที่เคยคุยในงานแถลงข่าว ซึ่งถามความหมายของ  สวัสดีครับ กับขอบคุณครับ
 
 
 
 
          ส่วนอีกรายเป็นอดีตศูนย์หน้าทีมชาติญี่ปุ่น เคยไปเล่นที่อิตาลี ระยะหนึ่งคือ อัตสึชิ ยางางิซาว่า นึกว่าจะไม่ได้ลงซะแล้ว เพราะ นักเตะคนนี้มีอาการบาดเจ็บข้อเท้าขวาจากการฝึกซ้อม
 
 
 
 
       ที่น่าเป็นห่วงคือ ชินโง อะคามิเนะ กองหน้า เวกัลตะ เซนได ถูกปุ่มสตั๊ด ของ  เฮอร์แมน  เข้าไปที่ตา ตามข่าวว่าปลอดภัยแล้ว
 
 
 
 
         หลังจากเข้าไปเนียนกับนักข่าวสำนักต่างๆ  ที่บุรีรัมย์เดินเข้าไปขอบคุณแฟนๆที่ตามมาเชียร์ ก็มาถึงบรรยากาศการรับรางวัลแชมป์ที่ 4 ของมหาอำนาจลูกหนังเมืองไทยเป็นไปอย่างชื่นมื่น  ขาตั้งตัวใหม่ทำให้ไม่ต้องเมื่อยมือ เพราะปรับความสูงไประดับที่พอจะเหยียดแขน แล้วมองภาพจาก ช่องมองภาพขนาด 2x3 ของตัวกล้องซึ่งพับลงมา
 
           กลับเข้าห้องสื่อ น้องวาวตากล้องมือหนึ่งจะส่งภาพเข้าไทยลีกออนไลน์ แต่ต้องมาหัวเสียกับเน็ตที่ขัดข้องเพราะที่มีมือดีไปแตะต้อง เร้าเตอร์อินเตอร์เน็ตไร้สาย แต่แก้ไขโดยใช้เน็ตไฮสปีดจากซิมมือถือแทน 
 
          ทุกปัญหามีทางออก ^^
 
         เมื่อปัญหาคลื่คลาย เขาก็ได้เผยภาพงามๆของสาวญี่ปุ่นผมยาวซึ่งอยู่หน้าประตูทางเข้าและในกลุ่มแฟนคลับเซนได ให้ได้ชม
 
          ถ่ายโดยน้องวาว
 
                          
  
              
 
          เพื่อนๆพี่ๆ น้องๆ ที่นิยมขาวหมวย ลงมติความเป็นสุดยอดทางการถ่ายภาพให้น้องวาวไป
 
 
         ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านเมื่อรถถึงออฟฟิศเหลือผมกับพี่ชาลีคนขับรถ
 
        พี่ชาลีกลับบ้านก่อนเพราะบ้านอยูคลอง 3 ปทุม
 
        ผมอัพภาพลงใน พีซี ของออฟฟิศตัวเดิม  นั่งเลือกภาพที่ถ่ายมาเพราะยังไม่มีโน๊ตบุ๊ก จากภาพเกือบ  พันภาพ
 
        ที่บังเอิญถ่ายสาวผมยาวมา 2-3 ภาพ
 
 
       ที่จริงผมคิดว่าถ่ายไม่สวยหรอก แต่น้องเขาน่ารัก ภาพเลยออกมาดูดีมาก
 
       คงต้องเก็บภาพน้องๆ เอาไว้ศึกษามุมกล้อง ฮ่า
 
 
 
      
 
 
ติ๊ก ไสฟ้าผ่า
โพสต์เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2555 | โดย saifapa | อ่าน 1999 ครั้ง
บันทึกภารกิจติดตามแข้งญี่ปุ่น เวกัลตะเซนได (2)

      หลังจากรอบชิงแชมเปียนส์ลีกดีวิขั่น 2 ราชบุรี เอฟซี ชนะ โคราช  เอฟซี ไป 2 ประตู ต่อ 1  วันที่ 24 ธันวาคม 2554 ก็ไม่มีโอกาสเข้าไปอีกเลย นี่เป็นครั้งแรกของปีนี้ที่จะได้ไปเยือนสนามศุภชลาศัย สนามที่เคยใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

      พี่ชาลี โชเฟอร์ นำผม และ “นัท นัลโด้” ผู้สื่อข่าวคนเก่งประจำศูนย์ ผ่ารถติดและขึ้นทางด่วนลงพระรามสี่ และแล้วทุกอย่างผ่อนคลายเหมือนอยู่อีกโลกเมื่อรถได้เข้ามาสู่ สัมผัสแรกได้เห็นมืออาชีพกำลังรอเก็บเกี่ยวการเคลื่อนไหวของทีมต่างแดน รู้สึกสนุกที่จะเก็บรายละเอียดอื่นๆ 
 
       นอกจากงานที่ถ่ายการซ้อมได้หลบออกมาเดินทางขวาตามลู่วิ่งไป ไปทางฝั่งคบเพลิง ที่มีสแตนด์จอดรถโตโยต้า พรีอุส
 
 
  
 
 
        จากจุดนี้เมื่อมีการแข่งขันก็จะสามารถถ่ายผู้ชมติดเป็นฉากหลังได้ไม่ยาก เพราะผู้ชมส่วนใหญ่ชอบนั่งอัฒจันทร์ฝั่งมีหลังคาเพื่อกันแดดและฝน 
 
        มองสนามสีเขียวที่ได้รับการดูแลอย่างดี ลืมความเครียดของการจราจรข้างนอก ลมพัดเย็นสบายไม่มีเมฆฝน  
 
        ทีมเวลกัลตะ เซนได กำลังซ้อม เห็นการทำงานเป็นระบบที่จริงจัง มีสต๊าฟโค้ชชุดสีเทา ผู้เล่นชุดสีเหลืองกลางสนาม แยกระหว่างผู้รักษาชุดสีดำประตู ยังไม่มีภาพซ้อมทีม เพราะโค้ชให้ ยืดเส้นยืดสาย ฝึกซ้อมการเข้าทำประตู ทั้งจากฝั่งซ้ายและขวา  มีทีมงานทีวีจากญี่ปุ่นคอยถ่ายวีดีโอตลอดแบบไม่พัก เข้าใจว่าเก็บสกู๊ฟไปออกอากาศที่ไหนสักแห่ง
 
       รถพรีอุส ที่จอดนิ่ง 2 คัน จอดนิ่งอยู่ใกล้ๆราคา ล้านกว่าบาท  ถ้าประหยัดน้ำมันได้ ก็เท่ากับช่วยรักสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  
 
       โตโยต้าต้องการบอกอะไรกับคนไทยอยู่หรือเปล่า
 
        หรือเพราะที่ญี่ปุ่นและไทยประสบภัยธรรมชาติ  
 
         เหตุผลที่ โตโยต้า เลือกทีม จากเมืองเซนได ซึ่งมีภัยสึนามิ และ กัมมันตภาพรังสีจากโรงงานไฟฟ้า มาแข่งขันกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวแทนประเทศไทยวันนี้เพราะ ประเทศไทยหลายจังหวัด เจอภัยน้ำท่วมอย่างหนัก เป็นการเตะเรียกขวัญคนทั้งสองประเทศคืนกลับมาด้วย 
 
        หลังจากถ่ายรถพรีอุส จึงเดินย้อนกับไปฝั่งหลังคา เห็นหมายเลข 25 เตะวืดจนหญ้าสนามหลุดออกมา ชื่นชมที่เจ้าตัวรับผิดชอบเอาหญ้ามาปิดทับตามเดิม  แล้วโค้ชมาโกโตะก็จัดแบ่งนักเตะซ้อมลงทีมครึ่งสนามฝั่งขวาของอัฒจันทร์ฝั่งที่มีหลังคา
 
 
        ต่างกันที่เสื้อกั๊กสีน้ำเงิน ที่ทีตัวหนังสือญี่ปุ่นเต็มข้างหลัง ใช้เวลาซ้อมเป็น ยกๆ  ประมาณ 10นาที แล้วพัก ยังไม่ได้ภาพที่ต้องการ ลงทีมกันอย่างเต็มแรง ยิ้มทักทายทีมงานทีวีญี่ปุ่นที่ดูเป็นมิตร ในขณะที่สื่อไทยเกาะกลุ่มสนทนาไม่ไปไหนไกลส่วนหนึ่งคงจากอุปกรณ์ที่ใหญ่และหนัก หรือไม่ก็งานที่รับมอบหมายเสร็จแล้ว   หรือไม่ก็เพราะความต่างด้านภาษาจึงยังไม่กี่มีจังหวะซักถามนักเตะ
 
         และแล้วการซ้อมหยุดเมื่อ  อัตสึชิ ยานางิซาว่า หมายเลข 13 ก็ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวา
 
 
 
         จำได้ว่าพึ่งจะพ่นสเปร์ยไปยกที่แล้ว แล้วอาการก็ไม่ดีขึ้น เจ้าตัวก็ล้มลง จนเจ้าหน้าที่ต้องประคองมาข้างสนามสื่อไทยจึงได้มีโอกาสเข้าไปไต่ถามอาการได้เต็มที่
 
 
รู้สึกสบายๆที่สามารถเข้าไปถ่ายภาพใกล้ๆ
 
 
 
       ฟุตบอลเป็นกีฬาการปะทะแม้การซ้อมจะมีการระมัดระวังก็ตามแต่ก็เกิดอุบัติเหตุได้เสมอ  
       ทีมนี้มีนักแตะหมายเลข 25 ที่เป็นตากล้อง 1นาย ไม่ค่อยยิ้ม
 
 
 
 
 
 
        แต่มีหมายเลข 8 หน้าตาคล้ายๆดาราญี่ปุ่น เรื่อง ช็อคโกแลตที่ น้องจี้จ้าเล่นมาก 
 
       เป็นคนๆเดียวกับที่มาทักเสื้อโชเฟอร์ต้อ ก่อนลงลิฟท์นั่นเอง
 
      คงต้องลุ้นว่า พรุ่งนี้ หมายเลข 13 จะ ลงได้หรือไม่
 
 
       และผลงานของทีมที่มีจิตอาสาช่วยเหลือเมืองเซนได จะแสดงผลงานของทีมในเจลีกได้น่าประทับใจแค่ไหน
 
       คงต้องติดตามกันในวันพรุ่งนี้  
 
      วันนี้เลยไม่มีภาพแอ๊กชั่นที่ดีพอสำหรับงานข่าว
 
      ก่อนกลับมีผู้หวังดีแนะนำว่าควรทำการบ้านดูงานภาพข่าวให้มากขึ้น
 
      กับอุปกรณ์ที่ที่ใช้งานอย่างทรหดกว่า 2 ปี
 
      น่าจะจริงอย่างที่เขาว่าเหมือนกัน   
 
 
 
   บันทึกภารกิจติดตามแข้งญี่ปุ่น เวกัลตะเซนได (จบ)        http://goo.gl/qJ9fQ
 
ติ๊ก ไสฟ้าผ่า
 
ติ๊ก ไสฟ้าผ่าหลังจากรอบชิงแชมเปียนส์ลีกดีวิขั่น 2 ราชบุรี เอฟซี ชนะ โคราช  24 ไป 2 ประตู ต่อ 1 ธันวาคม 2554 ก็ไม่มีโอกาสเข้าไปอีกเลย นี่เป็นครั้งแรกของปีนี้ที่จะได้ไปเยือนสนามศุภชลาศัย สนามที่เคยใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
พี่ชาลี โชเฟอร์ นำผม และ น้องนัทผู้สื่อข่าว SMM ผ่ารถติดและขึ้นทางด่วนลงพระรามสี่ และแล้วทุกอย่างผ่อนคลายเหมือนอยู่อีกโลกเมื่อรถได้เข้ามาสู่ สัมผัสแรกได้เห็นมืออาชีพกำลังรอเก็บเกี่ยวการเคลื่อนไหวของทีมต่างแดน รู้สึกสนุกที่จะเก็บรายละเอียดอื่นๆ 
นอกจากงานที่ถ่ายการซ้อมได้หลบออกมาเดินทางขวาตามลู่วิ่งไป ไปทางฝั่งคบเพลิง ที่มีสแตนจอดรถโตโยต้า พรีอุส 2 คัน จากจุดนี้เมื่อมีการแข่งขันก็จะสามารถถ่ายผู้ชมติดเป็นฉากหลังได้ไม่ยาก เพราะผู้ชมส่วนใหญ่ชอบนั่งอัฒจันทร์ฝั่งมีหลังคาเพื่อกันแดดและฝน 
มองสนามสีเขียวที่ได้รับการดูแลอย่างดี ลืมความเครียดของการจราจรข้างนอก ลมพัดเย็นสบายไม่มีเมฆฝน  ทีมเวลกัลตะ เซนได กำลังซ้อม เห็นการทำงานเป็นระบบที่จริงจัง มีสต๊าฟโค้ชชุดสีเทา ผู้เล่นชุดสีเหลืองกลางสนาม แยกระหว่างผู้รักษาชุดสีดำประตู ยังไม่มีภาพซ้อมทีม เพราะโค้ชให้ ยืดเส้นยืดสาย ฝึกซ้อมการเข้าทำประตู ทั้งจากฝั่งซ้ายและขวา  มีทีมงานทีวีจากญี่ปุ่นคอยถ่ายวีดีโอตลอดแบบไม่พัก เข้าใจว่าเก็บสกู๊ฟไปออกอากาศที่ไหนสักแห่ง
รถพรีอุส ที่จอดนิ่ง 2 คัน จอดนิ่งอยู่ใกล้ๆราคา ล้านกว่าบาท  ถ้าประหยัดน้ำมันได้ ก็เท่ากับช่วยรักสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  โตโยต้าต้องการบอกอะไรกับคนไทยอยู่หรือเปล่า หรือเพราะที่ญี่ปุ่นและไทยประสบภัยธรรมชาติ
เหตุผลที่ โตโยต้า เลือกทีม จากเมืองเซนได ซึ่งมีภัยสึนามิ และ กัมมันตภาพรังสีจากโรงงานไฟฟ้า มาแข่งขันกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวแทนประเทศไทยวันนี้เพราะ ประเทศไทยหลายจังหวัด เจอภัยน้ำท่วมอย่างหนัก เป็นการเตะเรียกขวัญคนทั้งสองประเทศคืนกลับมาด้วย 
หลังจากถ่ายรถพรีอุส จึงเดินย้อนกับไปฝั่งหลังคา เห็นหมายเลข 25 เตะวืดจนหญ้าสนามหลุดออกมา ชื่นชมที่เจ้าตัวรับผิดชอบเอาหญ้ามาปิดทับตามเดิม   แล้วโค้ชมาโกโตะก็จัดแบ่งนักเตะซ้อมลงทีมครึ่งสนามฝั่งขวาของอัฒจันทร์ฝั่งที่มีหลังคา ต่างกันที่เสื้อกั๊กสีน้ำเงิน ที่ทีตัวหนังสือญี่ปุ่นเต็มข้างหลัง ใช้เวลาซ้อมเป็น ยกๆ  ประมาณ 10นาที แล้วพัก ยังไม่ได้ภาพที่ต้องการ ลงทีมกันอย่างเต็มแรง ยิ้มทักทายทีมงานทีวีญี่ปุ่นที่ดูเป็นมิตร ในขณะที่สื่อไทยเกาะกลุ่มสนทนาไม่ไปไหนไกลส่วนหนึ่งคงจากอุปกรณ์ที่ใหญ่และหนัก หรือไม่ก็งานที่รับมอบหมายเสร็จแล้ว   หรือไม่ก็เพราะความต่างด้านภาษาจึงยังไม่กี่มีจังหวะซักถามนักเตะ 
และแล้วการซ้อมหยุดเมื่อ  อัตสึชิ ยานางิซาว่า หมายเลข 13 ก็ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวา จำได้ว่าพึ่งจะพ่นสเปร์ยไปยกที่แล้ว แล้วอาการก็ไม่ดีขึ้น เจ้าตัวก็ล้มลง จนเจ้าหน้าที่ต้องประคองมาข้างสนามสื่อไทยจึงได้มีโอกาสเข้าไปไต่ถามอาการได้เต็มที่ รู้สึกสบายๆที่สามารถเข้าไปถ่ายภาพใกล้ๆ   ฟุตบอลเป็นกีฬาการปะทะแม้การซ้อมจะมีการระมัดระวังก็ตามแต่ก็เกิดอุบัติเหตุได้เสมอ   ทีมนี้มีนักแตะที่เป็นตากล้อง 1นาย ไม่ค่อยยิ้มแต่มีหมายเลข 8 หน้าตาคล้ายๆดาราญี่ปุ่น เรื่อง ช๊อกโกเล็ตที่ น้องจี้จ้าเล่นมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา เป็นคนๆเดียวกับที่มาทักเสื้อโชเฟอร์ต้อ ก่อนลงลิฟท์นั่นเอง
คงต้องลุ้นว่า พรุ่งนี้ หมายเลข 13 จะ ลงได้หรือไม่และผลงานของทีมที่มีจิตอาสาช่วยเหลือเมืองเซนได จะแสดงผลงานของทีมในเจลีกได้น่าประทับใจแค่ไหนคงต้องติดตามกันในวันพรุ่งนี้  วันนี้เลยไม่มีภาพแอ๊กชั่นที่ดีพอสำหรับงานข่าว ก่อนกลับมีผู้หวังดีแนะนำว่าควรทำการบ้านดูงานภาพข่าวให้มากขึ้น กับอุปกรณ์ที่ที่ใช้งานอย่างทรหดกว่า 2 ปี 
 
ติ๊ก ไสฟ้าผ่าหลังจากรอบชิงแชมเปียนส์ลีกดีวิขั่น 2 ราชบุรี เอฟซี ชนะ โคราช  24 ไป 2 ประตู ต่อ 1 ธันวาคม 2554 ก็ไม่มีโอกาสเข้าไปอีกเลย นี่เป็นครั้งแรกของปีนี้ที่จะได้ไปเยือนสนามศุภชลาศัย สนามที่เคยใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
พี่ชาลี โชเฟอร์ นำผม และ น้องนัทผู้สื่อข่าว SMM ผ่ารถติดและขึ้นทางด่วนลงพระรามสี่ และแล้วทุกอย่างผ่อนคลายเหมือนอยู่อีกโลกเมื่อรถได้เข้ามาสู่ สัมผัสแรกได้เห็นมืออาชีพกำลังรอเก็บเกี่ยวการเคลื่อนไหวของทีมต่างแดน รู้สึกสนุกที่จะเก็บรายละเอียดอื่นๆ 
นอกจากงานที่ถ่ายการซ้อมได้หลบออกมาเดินทางขวาตามลู่วิ่งไป ไปทางฝั่งคบเพลิง ที่มีสแตนจอดรถโตโยต้า พรีอุส 2 คัน จากจุดนี้เมื่อมีการแข่งขันก็จะสามารถถ่ายผู้ชมติดเป็นฉากหลังได้ไม่ยาก เพราะผู้ชมส่วนใหญ่ชอบนั่งอัฒจันทร์ฝั่งมีหลังคาเพื่อกันแดดและฝน 
มองสนามสีเขียวที่ได้รับการดูแลอย่างดี ลืมความเครียดของการจราจรข้างนอก ลมพัดเย็นสบายไม่มีเมฆฝน  ทีมเวลกัลตะ เซนได กำลังซ้อม เห็นการทำงานเป็นระบบที่จริงจัง มีสต๊าฟโค้ชชุดสีเทา ผู้เล่นชุดสีเหลืองกลางสนาม แยกระหว่างผู้รักษาชุดสีดำประตู ยังไม่มีภาพซ้อมทีม เพราะโค้ชให้ ยืดเส้นยืดสาย ฝึกซ้อมการเข้าทำประตู ทั้งจากฝั่งซ้ายและขวา  มีทีมงานทีวีจากญี่ปุ่นคอยถ่ายวีดีโอตลอดแบบไม่พัก เข้าใจว่าเก็บสกู๊ฟไปออกอากาศที่ไหนสักแห่ง
รถพรีอุส ที่จอดนิ่ง 2 คัน จอดนิ่งอยู่ใกล้ๆราคา ล้านกว่าบาท  ถ้าประหยัดน้ำมันได้ ก็เท่ากับช่วยรักสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  โตโยต้าต้องการบอกอะไรกับคนไทยอยู่หรือเปล่า หรือเพราะที่ญี่ปุ่นและไทยประสบภัยธรรมชาติ
เหตุผลที่ โตโยต้า เลือกทีม จากเมืองเซนได ซึ่งมีภัยสึนามิ และ กัมมันตภาพรังสีจากโรงงานไฟฟ้า มาแข่งขันกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวแทนประเทศไทยวันนี้เพราะ ประเทศไทยหลายจังหวัด เจอภัยน้ำท่วมอย่างหนัก เป็นการเตะเรียกขวัญคนทั้งสองประเทศคืนกลับมาด้วย 
หลังจากถ่ายรถพรีอุส จึงเดินย้อนกับไปฝั่งหลังคา เห็นหมายเลข 25 เตะวืดจนหญ้าสนามหลุดออกมา ชื่นชมที่เจ้าตัวรับผิดชอบเอาหญ้ามาปิดทับตามเดิม   แล้วโค้ชมาโกโตะก็จัดแบ่งนักเตะซ้อมลงทีมครึ่งสนามฝั่งขวาของอัฒจันทร์ฝั่งที่มีหลังคา ต่างกันที่เสื้อกั๊กสีน้ำเงิน ที่ทีตัวหนังสือญี่ปุ่นเต็มข้างหลัง ใช้เวลาซ้อมเป็น ยกๆ  ประมาณ 10นาที แล้วพัก ยังไม่ได้ภาพที่ต้องการ ลงทีมกันอย่างเต็มแรง ยิ้มทักทายทีมงานทีวีญี่ปุ่นที่ดูเป็นมิตร ในขณะที่สื่อไทยเกาะกลุ่มสนทนาไม่ไปไหนไกลส่วนหนึ่งคงจากอุปกรณ์ที่ใหญ่และหนัก หรือไม่ก็งานที่รับมอบหมายเสร็จแล้ว   หรือไม่ก็เพราะความต่างด้านภาษาจึงยังไม่กี่มีจังหวะซักถามนักเตะ 
และแล้วการซ้อมหยุดเมื่อ  อัตสึชิ ยานางิซาว่า หมายเลข 13 ก็ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวา จำได้ว่าพึ่งจะพ่นสเปร์ยไปยกที่แล้ว แล้วอาการก็ไม่ดีขึ้น เจ้าตัวก็ล้มลง จนเจ้าหน้าที่ต้องประคองมาข้างสนามสื่อไทยจึงได้มีโอกาสเข้าไปไต่ถามอาการได้เต็มที่ รู้สึกสบายๆที่สามารถเข้าไปถ่ายภาพใกล้ๆ   ฟุตบอลเป็นกีฬาการปะทะแม้การซ้อมจะมีการระมัดระวังก็ตามแต่ก็เกิดอุบัติเหตุได้เสมอ   ทีมนี้มีนักแตะที่เป็นตากล้อง 1นาย ไม่ค่อยยิ้มแต่มีหมายเลข 8 หน้าตาคล้ายๆดาราญี่ปุ่น เรื่อง ช๊อกโกเล็ตที่ น้องจี้จ้าเล่นมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา เป็นคนๆเดียวกับที่มาทักเสื้อโชเฟอร์ต้อ ก่อนลงลิฟท์นั่นเอง
คงต้องลุ้นว่า พรุ่งนี้ หมายเลข 13 จะ ลงได้หรือไม่และผลงานของทีมที่มีจิตอาสาช่วยเหลือเมืองเซนได จะแสดงผลงานของทีมในเจลีกได้น่าประทับใจแค่ไหนคงต้องติดตามกันในวันพรุ่งนี้  วันนี้เลยไม่มีภาพแอ๊กชั่นที่ดีพอสำหรับงานข่าว ก่อนกลับมีผู้หวังดีแนะนำว่าควรทำการบ้านดูงานภาพข่าวให้มากขึ้น กับอุปกรณ์ที่ที่ใช้งานอย่างทรหดกว่า 2 ปี 
 
ติ๊ก ไสฟ้าผ่า
โพสต์เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2555 | โดย saifapa | อ่าน 791 ครั้ง
pagenumber